เองโดนรังแกจนหน้าตาบวมปูด แขนเลือดไหลซิบขนาดนี้ คุณยังให้ไปขอโทษอีกล่ะเหรอ!”
ซูจื่อหลินเค้นยิ้มเย็นชาพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่าบาดลึกหัวใจคนฟัง
“ถ้าลูกไม่ไปแย่งของคนอื่นก่อน ใครเขาจะมาตีให้เจ็บตัวแบบนี้”
หานหานได้ยินคำพูดของพ่อก็ยิ่งร้องไห้โยเยหนักกว่าเดิม ซูจื่อหลินผู้รักความสงบ เมื่อเห็นบรรยากาศวุ่นวายก็หงุดหงิดจนเลือกหันหลังเดินหนีไป
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่เคยราบรื่นมาแต่ไหนแต่ไร หลังจากที่มีความสัมพันธ์กันโดยบังเอิญจนเหวยหว่านตั้งครรภ์ ซูจื่อหลินก็ยอมรับผิดชอบ แม้จะไม่ได้มีความรักให้เลยก็ตาม
เขาเพิ่งมารู้ความจริงเมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่าเรื่องในคืนนั้นเป็นแผนการของเหวยหว่านเอง ตอนแรกเขาขอหย่าขาด แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม อีกทั้ง แม่ของเธอก็ยกเรื่องลูกทั้งสองมาอ้างเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้ ประกอบกับช่วงนั้นซูจิ่นอวี้หายตัวไป ตระกูลซูจึงวุ่นวาย จนเรื่องหย่าถูกปล่อยให้คาราคาซังมาถึงทุกวันนี้
ขณะนี้เหวยหว่านรู้สึกขมขื่นใจที่สุด เธอเฝ้าถามตัวเองว่าทำไมทุกคนถึงรุมว่าเธอ…
การที่คนเป็นแม่รักและปกป้องลูกของตัวเอง มันผิดมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ?