ายหน้า แม้น้ำตายังคลอหน่วยแต่เธอก็ไม่ยอมส่งเสียงสะอื้นออกมาสักคำ
คุณยายซูเห็นแล้วก็ใจสลายจนน้ำตาไหลตาม เธอรีบกอดหลานสาวตัวน้อยไว้พลางลูบหลังเบา ๆ “ไม่ร้องนะลูก ซู่เป่าคนเก่งของยายไม่ต้องร้องนะ…”
ซู่เป่าเบะปากอย่างอัดอั้น ก่อนสะอื้นออกมา
“พี่หานหานเป็นคนตีเสี่ยวอู่ก่อน…”
เธอไม่อยากเป็นเด็กที่ต้องยอมคนตลอดเวลา เธอก็เป็นเด็กเหมือนกัน ทำไมพี่สาวถึงทำรุนแรงได้ แต่เธอต้องเป็นฝ่ายอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ฝ่ายเดียว?
เด็กน้อยรู้สึกถึงความอยุติธรรมที่ถาโถมเข้ามา ก่อนหน้านี้เวลาถูกใครรังแกเธอไม่เคยร้องไห้ แต่พอมาตอนนี้ที่มีอ้อมกอดอุ่น ๆ ของคุณยายและความเป็นห่วงของคุณตา น้ำตาเม็ดโตก็ไหลพรากออกมา
ซู่เป่าปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น ราวกับต้องการระบายความทุกข์ระทมที่อัดอั้นมาตลอดหลายปีให้หมดสิ้นไปในคราวเดียว
สามพี่น้องที่แอบดูอยู่หน้าห้องรีบหดหัวกลับทันที แล้ววิ่งแจ้นกลับห้องตัวเองไป
จริงด้วย… น้องสาวนี่น่ารำคาญที่สุดเลย มีแต่เรื่องร้องไห้กวนใจ พวกเขาไม่อยากได้น้องสาวแบบนี้เลยสักนิด!
*
ภายในห้องนอนของหานหาน เหวยหว่านเห็นรอยข่วนที่แขนลูกสาวก็ยิ่งเดือดดาล ตอนนั้นเองซูจื่อหลิน ผู้เป็นสามีก็เดินเข้ามาพลางเอ่ยสั้น ๆ
“เธอเป็นอะไรไป? รีบไปขอโทษซู่เป่าเดี๋ยวนี้”
เหวยหว่านตบะแตกในทันที เธอสะบัดมือโยนผ้าชุบน้ำทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดีพลางแผดเสียงตวาดกลับด้วยความเหลืออด “ซูจื่อหลิน! คุณยังมีความเป็นพ่ออยู่ไหม? ลูกสาวตัว