ีหน้ามาตำหนิซู่เป่าก่อนเป็นคนแรกอีก?”
เหวยหว่านนิ่งงันไป แม้จะเงียบเสียงลงแต่ในใจกลับคุกรุ่นไปด้วยความไม่พอใจ
เธอรู้ว่าตัวเองอาจวู่วามไปบ้าง แต่หานหานคือแก้วตาดวงใจที่เธอประคบประหงมมาอย่างดี ไม่เคยแม้แต่จะถูกใครตีสักครั้ง แต่วันนี้กลับถูกเด็กใหม่รังแกจนเขียวช้ำไปทั้งตัว หัวอกคนเป็นแม่จะทำใจให้สงบได้อย่างไร?
อีกทั้ง การตีคนคือเรื่องผิด หานหานแค่ผลักออกไปเท่านั้นเอง เรียกว่าตีได้เหรอ ซู่เป่าต่างหากที่หาข้ออ้างรังแกพี่สาว!
เหวยหว่านเหลือบมองคุณนายซูด้วยสายตาตัดพ้อ เมื่อครู่หญิงชรามัวแต่ห่วงใยซู่เป่าจนไม่ได้เหลียวแลหานหานที่เจ็บตัวหนักกว่าเลยแม้แต่น้อย
เธอรู้สึกชาวาบไปถึงขั้วหัวใจ หานหานก็เป็นหลานสาวแท้ ๆ เหมือนกัน ทำไมถึงลำเอียงได้ขนาดนี้?
เหวยหว่านกอดหานหานไว้แน่นพลางกระซิบปลอบ “หานหานที่รักของแม่ ไม่เป็นไรนะลูก แม่จะกอดหนูไว้เอง”
เธออุ้มลูกสาวเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางโกรธจัด คุณตาซูโกรธจนตัวสั่นพลางพร่ำบ่น “นี่ฉันว่าอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม? เธอไม่รู้ตัวเลยหรือว่าสิ่งที่ทำมันผิดน่ะ?”
ซูจื่อหลินที่นิ่งเงียบมานานอ้อมแอ้มพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “คุณพ่อ อย่าโกรธเลยครับ เหวยหว่านเธอค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องลูก…”
คำพูดนั้นยิ่งเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ผู้เฒ่าซูยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม แต่ตอนนี้ต้องรีบเข้าไปดูอาการของซู่เป่าก่อน
“ซู่เป่า หลานเจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก?”
ซู่เป่าโอบกอดเสี่ยวอู่ไว้ในอ้อมอกพลางส่