รคาดคิดเลยว่าซู่เป่าที่ดูเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายจะลุกขึ้นมาอาละวาดจนขนพองสยองเกล้าขนาดนี้ เหล่าคุณลุงรีบเข้าไปแยกทั้งคู่ให้ออกจากกันพัลวัน
“อย่าตีกัน อย่าตีกัน……”
แม้ถูกแยกตัวออกมาแล้ว แต่ซู่เป่าที่ยังเดือดดาลก็ยังอุตส่าห์แถมถีบเข้าที่สีข้างของหานหานไปอีกหนึ่งที เสียงร้องไห้แหลมสูงของหานหานดังก้องกังวานจนแทบทะลุหลังคาบ้าน!
ซูจื่อซีและซูเหอเหวิน รวมถึงพี่ชายอีกคนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ต่างพากันยืนตัวแข็งทื่อ พวกเขาไม่เคยเห็นเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
เหวยหว่านที่เห็นลูกสาวสภาพยับเยินก็ทั้งร้อนรนและโกรธจัด เธอตวาดลั่นใส่ซู่เป่า
“เธอเป็นเด็กยังไงถึงกล้าตีคนอื่นแบบนี้!? ถ้าไม่อยากแบ่งนกแก้วให้พี่ก็แค่พูดมาสิ ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย!”
เธอรีบช้อนตัวหานหานขึ้นมาแนบอกด้วยความเจ็บปวดใจ
ซู่เป่ามีหยาดน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง เธอกำหมัดเล็ก ๆ ไว้แน่น ก่อนเถียงกลับ
“พี่สาวเป็นคนตีหนูกับเสี่ยวอู่ก่อน!”
“เขาตีเธอ แล้วเธอก็มีสิทธิ์ตีกลับงั้นเหรอ? เป็นเด็กเป็นเล็กต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและให้เกียรติพี่สิ เรื่องแค่นี้ไม่รู้หรือไง!…” เหวยหว่านแผดเสียงใส่แบบไม่ยอมความ
“พอแล้ว!”
ผู้เฒ่าซูตวาดขึ้นด้วยความโกรธ ตัดบทคำพูดของลูกสะใภ้
“เวลาสอนคนอื่นล่ะพูดได้ว่าให้รู้จักอ่อนน้อม แล้วดูลูกสาวตัวเองสิ หานหานมีความสุภาพบ้างไหม? วันนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ทั้งแย่งนกแก้วและลงมือก่อน แล้วยังม