นเที่ยวเตร่ตอนนี้ได้อย่างไร? หลานต้องได้รับการพักผ่อนให้เต็มที่นะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกลุง ๆ จึงต้องล้มเลิกความตั้งใจเดิม แล้วเปลี่ยนเป็นอยากพาซู่เป่าไปชมห้องนอนใหม่ของเธอแทน
คุณตาซูเบิกตากว้างมองบรรดาลูกชายของตนเอง “พวกแกมามุงกันอยู่ตรงนี้ทำไม? รีบไปตามแม่ของแกมาที่นี่ซะ บอกเธอว่าซู่เป่ากลับมาแล้ว…”
คุณยายซูนั้นตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก นับตั้งแต่ลูกสาวหายตัวไป เธอตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่สถานพักฟื้นด้วยความดื้อดึง และไม่ยอมกลับบ้านอีกเลย ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทั้งยังล้มป่วยจนแทบต้องนอนติดเตียง ร่างกายซูบผอมลงเรื่อย ๆ และไม่มีแก่ใจทำสิ่งใดทั้งสิ้น
ในที่สุด คุณตาซูก็เผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขพลางกุมมือซู่เป่าน้อยเอาไว้ “มาเถอะซู่เป่า ตาจะพาไปดูห้องนอนของหลานเอง”
เหล่าพี่น้องตระกูลซูที่เหลือได้แต่ยืนนิ่ง ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความอึ้งกิมกี่ พี่น้องทุกคนซึ่งปกติเป็นผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงธุรกิจยักษ์ใหญ่ บัดนี้กลับถูกคุณตาของเด็กน้อยเมินเฉยไร้เยื่อใย
ลุงคนที่ห้าซึ่งปกติอารมณ์ร้อนราวกับมังกรพ่นไฟทำท่าจะอ้าปากประท้วงที่ไม่ได้เป็นคนพาหลานขึ้นไป แต่พอสบสายตาเฉียบขาดของคุณตาก็ต้องรีบหุบปากฉับทันที
ลุงคนที่สามซึ่งอบอุ่นราวกับดวงอาทิตย์ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ พลางเกาหัวเก้อเขิน
ส่วนลุงคนที่สี่ที่ดูสง่างามมาดร้ายกลับทำได้เพียงยักไหล่เบา ๆ แล้วหลีกทางให้ผู้เฒ่าของบ้านเดินนำหลานสาวสุดที่รักขึ้นบั