นไดไปอย่างผู้ชนะ
ที่เหลือทำได้เพียงยืนส่งสายตาละห้อยมองตามแผ่นหลังเล็กของซู่เป่าที่ค่อย ๆ หายลับไปบนชั้นสอง โดยที่ไม่มีใครกล้าขัดจังหวะช่วงเวลาเห่อหลานของคุณตาซูเลยแม้แต่คนเดียว
…
ชั้นสอง คฤหาสถ์ตระกูลซู
“ซู่เป่า กระท่อมหลังน้อยนี้คือห้องของหนู ชอบไหม?” คุณซูผู้อาวุโสจูงมือเด็กน้อยเดินเข้าไปภายในห้อง
ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยความละเมียดละไมด้วยโทนสีชมพูและขาว ซึ่งเป็นโทนสีในจินตนาการที่เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ใฝ่ฝันถึง
เตียงนอนถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปราสาทหลังเล็ก มีบันไดขนาดย่อม สามารถปีนขึ้นไปถึงยอดปราสาทได้ ราวกับจงใจเนรมิตความฝันที่อยากเป็นเจ้าหญิงของเด็กน้อยให้กลายเป็นความจริง
ใกล้กับปราสาทหลังงามมีกระดานลื่นตัวจิ๋วตั้งอยู่ ถัดไปไม่ไกลนักเป็นโซฟาขนาดกะทัดรัดนุ่มนิ่ม และโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกบานกว้าง ซึ่งถูกสั่งทำพิเศษให้มีความสูงพอดีกับระดับสายตาของเธอ
ถัดมาเป็นโซฟาตัวเล็กและกระจกแต่งหน้าที่ถูกออกแบบให้มีความสูงพอดีกับตัวเธอ
บนโต๊ะเครื่องแป้งเต็มไปด้วยชั้นวางเครื่องประดับหลากชนิด ทั้งโบว์สวมผม หนังยาง กิ๊บติดผมลายดอกไม้…
ทุกอย่างถูกคัดสรรและจัดเตรียมไว้ให้ครบครันไม่มีตกหล่น
ซู่เป่าไม่เคยเห็นห้องนอนที่งดงามราวกับห้องของเจ้าหญิงเช่นนี้มาก่อน เธอแหงนหน้ามองสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ
“คุณตาคะ… นี่เป็นห้องของหนูจริง ๆ เหรอคะ?”
ภาพความทรงจำย