บทที่ 12 ต่อจากนี้ไป ฉันเป็นคนของตระกูลซู!
ในเวลานี้ ภายในห้องโดยสารของเครื่องบิน คุณตาและเหล่าพี่น้องตระกูลซูต่างพากันมาล้อมรอบ นั่งโดยสารที่ถูกปรับเอนนอนเป็นพิเศษ เพื่อให้ซู่เป่านอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบาย
เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กหลับสนิท แต่ปากยังพร่ำเพ้อเรียกหาแม่ไม่ขาดสาย หัวใจของชายชาตรีทั้งหลายก็พลันอ่อนยวบจนขอบตาแดงก่ำ ทว่าสิ่งที่สายตามนุษย์มองไม่เห็นคือร่างของจี้ฉาง ที่ยืนอยู่เคียงข้างซู่เป่า
จี้ฉางลูบหน้าผากเด็กน้อยแผ่วเบา ก่อนจับเชือกสีแดงที่ข้อมือของเธอ เพียงครู่เดียวรอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้ายามหลับใหลของเด็กหญิง
“เอาล่ะ… คราวนี้อาจารย์ไม่ติดค้างแม่ของเธอแล้วนะ” จี้ฉางพึมพำกริ่มรอยยิ้ม
…
ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง
เครื่องบินลำพิเศษร่อนลงจอด ณ สนามบินนานาชาติเมืองหลวงอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ของสนามบินระดับโลกที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน
เมื่อเห็นว่าซู่เป่ายังไม่ตื่น คุณตาซูจึงส่งสัญญาณทางสายตา ซูอี้เชินรีบอุ้มหลานสาวขึ้นแนบอกแล้วค่อย ๆ เดินก้าวเท้าออกไปด้านนอกด้วยความระมัดระวัง เพราะกลัวทำให้เธอตื่น จึงยอมเดินโน้มตัวโค้งเอวรักษาท่าทางเดิมไว้ตลอดทาง
แต่ในจังหวะนั้นเอง เจ้านกแก้วเสี่ยวอู่ที่สวมห่วงข้อเท้าก็ส่ายตัวไปมาพลันแผดเสียงลั่น
“ขโมยเด็กแล้ว! ขโมยเด็กแล้ว!”
ดวงตากลมโตของซู่เป่าลืมโพลงขึ้นมาทันที!
ท่ามกลางความเงียบเชียบที่มีเพียงเสียงลมพัดผ่านรันเวย์ สมาชิก