ทุกคนในตระกูลซูต่างตกอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง ไปโดยพร้อมเพรียงกัน
พวกเขามองเจ้านกแก้วขนเขียวที่เป็นประกายระยิบระยับอยู่บนไหล่ด้วยสายตา ‘อึ้งกิมกี่’ และเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจผสมปนเปกับความแค้นเคือง ในที่สุดพวกเขาก็ได้รู้ซึ้งถึงแก่นแท้แล้วว่า…
เหตุใดนกตัวนี้ถึงเรียนรู้ประโยค ‘ตุ๋นนกแล้ว’ ได้รวดเร็วนัก
ก็ในเมื่อมันรู้จักตะโกนว่า ‘ขโมยเด็ก’ ต่อหน้าเจ้าของฉายาพญามังกรแห่งปักกิ่งได้หน้าตาเฉยแบบนี้ เรื่องอื่นก็คงไม่เกินความสามารถของมันแล้ว!
เด็กน้อยตัวกลมลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง เส้นผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย มือยังกอดตุ๊กตากระต่ายไว้แน่น ดูน่ารักไร้เดียงสาจนคนมองใจละลาย ซูอี้เชินมองใบหน้านี้แล้วนึกถึงน้องสาวซูจิ่นอวี้ในวัยเยาว์ ความอ่อนโยนพลุ่งพล่านในอก เขาจูบหน้าผากหลานเบา ๆ
“เรามาถึงปักกิ่งแล้วนะ ตอนนี้พวกเรากำลังกลับบ้านกัน”
ซู่เป่าที่สติยังไม่กลับมาเต็มร้อยพยักหน้างง ๆ
ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นขบวนรถโรลส์รอยซ์รุ่นฐานล้อยาวพิเศษสีดำขลับสี่คัน จอดเรียงรายกัน ตัวรถมันวาวสะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนดูระยิบระยับ ทัศนียภาพรอบสนามบินมีเครื่องบินลำยักษ์จอดเรียงรายประกอบกับรถหรูราคาแพงเหล่านี้ ทำเอาดึงดูดสายตาทุกคู่ที่ผ่านไปมา
“โอ้พระเจ้า! ดูนั่นสิ รีบถ่ายรูปเร็ว!”
“รถขบวนนั้นมารับใครกัน ช่างยิ่งใหญ่อะไรขนาดนี้!”
ท่ามกลางเสียงฮือฮา ชายหนุ่มรูปงามแปดคนที่มีสง่าราศีโดดเด่นเดินนำออกมา โดยมีชา