เงียบกริบ
ทันทีที่เสียงดนตรีหยุดลง ทุกสิ่งทุกอย่างก็สงบนิ่ง ลมหายใจทางด้านหลังค่อย ๆ เลือนหายไป— รวมถึงเสียงทั้งหมดด้วย
ตอนนี้ผมอยู่ตัวคนเดียว
อ้างว้างจนเกินควร โดดเดี่ยวจนไม่น่าเป็นไปได้ ภายในห้องแห่งนี้
ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นยังคงตกค้างอยู่ในความคิด บีบคั้นหัวสมองจากรอบด้าน
ช่วงอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ริมฝีปากสั่นเทา มือทั้งสองกำที่วางแขนแน่นจนเริ่มปวด
ผมต้องใช้เวลาหลายนาที— นาทีอันยาวนานและยืดเยื้อ— กว่าจะรวบรวมสติจนกลับมาหายใจเป็นปกติได้อีกครั้ง
‘ฉันรอดแล้ว’
อย่างน้อยก็เป็นไปตามที่หวัง
ความมืดมิดยังคงโอบล้อมผมไว้เสมือนผิวหนังชั้นที่สอง ประโลมผมด้วยสัมผัสอันเย็นเยียบ สายตามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงลมหายใจของตัวเองอันหนักหน่วงและเชื่องช้า ซึ่งผมกำลังพยายามควบคุมให้คงที่
ผมต้องขยับตัว ต้องลุกออกจากเก้าอี้ตัวนี้ เพื่อดูสภาพห้องด้วยตาของตัวเอง
ผมอยากจะเห็นว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องที่… จิตนาการไปเอง
แต่ติดปัญหาอยู่อย่างเดียว
“ฉันขยับไม่ได้”
ไนท์วอล์กเกอร์ไม่ได้อยู่ในระยะสายตา มันหายตัวไป ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาตั้งแต่แรก
หัวใจของผมหล่นวูบ
‘อย่าบอกนะว่าโดนฆ่าไปแล้ว…’
ผมไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่าง