ัมผัสเลือนรางอันคุ้นเคยควบคู่ไปกับความเจ็บนั้น ดวงตาของผมเป็นประกายขึ้นมา
‘มันกลับมาแล้ว!’
อยู่ดี ๆ ไนท์วอล์กเกอร์ก็กลับมา
หัวสมองไม่ตั้งคำถามว่ากลับมาได้ยังไงหรือทำไมถึงกลับมา สิ่งเดียวที่คิดอยู่ตอนนี้คือการหลุดพ้นจากเชือก
ผมไม่เสียเวลาคิดซ้ำสอง และเพ่งความคิดไปที่แขน
เงาทมิฬคลี่ตัวออกมาเบื้องหน้า ผมถอนลมหายใจที่กลั้นไว้โดยไม่รู้ตัวออกมา
“ช่วยแก้เชือกให้ฉันที”
ทว่า—
“…..”
มันไม่ขยับ
ร่างเงายืนนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ จ้องมองมาทางผมโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ ออกมาจนรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ผมกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า
‘อย่าบอกนะว่า…’
มันขยับตัว ร่างกายของผมก็เกร็งตัวไปด้วย
มันเคลื่อนกายเข้ามาประชิด ลมหายใจรินรดผมที่มองดูอยู่ไม่ละสายตา
ไม่แม้แต่จะกะพริบตา ไม่แม้แต่จะหายใจ
ผมจ้องกลับไปด้วยความกังวลเต็มเปี่ยม
จากนั้น มันค่อย ๆ ยื่นมือออกมา— และเริ่มลงมือแก้ปมเชือก
ผมไม่ได้รู้สึกดีใจที่จะได้คลายเชือกออกจากร่าง สายตาจับจ้องไนท์วอล์กเกอร์ตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา บางอย่างเกี่ยวกับมันให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม
ชวนน่าหวาดหวั่น
ยิ่งจ้องมองมันนานเท่าไหร่ ความรู้สึกใจคอไม่ดียิ่งทวีขึ้นเท่านั้น และทันทีที่เชือกหลุดออกทั้งหมด ผมก็ดึงมันกลับเข้าไปในข้อมือ
โชคยังดีที่ไม่เกิดปัญหาอะไร
ความเงียบง