ามที่พักฟื้น คุณตาและคุณลุงต่างพร่ำบอกว่า ซู่เป่าไม่ใช่ตัวกาลกิณี และไม่ใช่ความผิดของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว…
ยามนี้ซู่เป่าจึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
“หนูไม่เอา… หนูไม่ต้องการนกแก้วที่พ่อซื้อให้ และหนูก็ไม่ต้องการพ่อด้วย!”
คำพูดอันแสนหนักแน่นของเด็กหญิงทำให้หลินเฟิง และคนตระกูลหลินถึงกับนิ่งงันด้วยความคาดไม่ถึง พวกเขามองว่าเด็กคนนี้เห็นแก่เงินตระกูลซูจนกล้าตัดขาดสายเลือดเชียวหรือ?
หลินเฟิงเริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขาแผดเสียงดุ “ซู่เป่า!”
“โอ๊ย ซู่เป่าจ๊ะ พ่อเขาอาจจะดุไปบ้างแต่ก็เพราะรักนะ” คุณย่าหลินเธอรีบสวมบทนางห้ามพลางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
“จะมีเด็กที่ไหนในโลกไม่อยากมีพ่อกันล่ะ อย่าพูดจาเหลวไหลแบบนี้สิ”
คุณปู่หลินฝืนยิ้มกลบเกลื่อนพลางเอ่ยชวนสมาชิกตระกูลซู “ฮ่า ๆ เด็ก ๆ ก็งี้แหละครับ! เอาเป็นว่าพวกเราไปหาที่นั่งทานข้าวกันเถอะ จะได้คุยกันเรื่องดองเป็นญาติกันอย่างเป็นทางการ”
หลินเฟิงเมินเฉยต่อความรู้สึกของลูกสาวและเริ่มพูดพล่ามถึง จิ่นอวี้ ภรรยาผู้ล่วงลับเพื่อแสดงความอาลัยจอมปลอม หวังจะดึงความเป็นครอบครัวออกมาใช้เป็นเกราะป้องกัน
ซูอิงเอ๋อร์ที่อดทนมาจนถึงขีดสุดดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ก่อนเส้นอารมณ์ขาดผึง แล้วพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อหลินเฟิงแล้วเหวี่ยงร่างอีกฝ่ายกระแทกเข้ากับประตูเหล็กอย่างแรง!
“ให้ท้ายหน่อยละทำเป็นได้ใจนะพวกมึง! ไม่ยอมหุบปากกันสักทีใช่ไหม!?” เขารามคำออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำและสั