ะซาบด้วยเสียงที่มีเพียงนกกับเธอที่ได้ยิน
“ไม่ต้องกลัวนะเสี่ยวอู่ นี่คือสร้อยคอคนเก่งไง พอกลับถึงบ้านแล้วหนูจะถอดออกให้นะ”
ประมุขซูกวาดสายตามองไปรอบคฤหาสน์อันกว้างขวางด้วยแววตาหม่นเศร้า สถานที่แห่งนี้คือบ้านที่ลูกสาวของเขาใช้ชีวิตก่อนจากไป…
เขาอดคิดไม่ได้ว่ายามที่ยังมีลมหายใจ ลูกสาวได้กินอิ่มนอนหลับหรือไม่?
ยามเจ็บไข้มีใครคอยดูแลหรือเปล่า?
หรือเธอได้แต่เหม่อมองต้นไม้เหล่านั้นด้วยความอ้างว้างเพียงลำพัง?
ความโศกเศร้าในใจของผู้เป็นพ่อแผ่ซ่านออกมาจนพี่น้องตระกูลซูคนอื่นรู้สึกหนักอึ้งตามไปด้วย
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์…
หลินเฟิงที่รอจังหวะอยู่ก็รีบพุ่งเข้ามาทันที เมื่อครู่เขาเข้าหาพวกตระกูลซูไม่สำเร็จ ครั้งนี้เขาจึงเลือกใช้ซู่เป่าเป็นเครื่องมือ
คุณปู่หลินฉีกยิ้มประจบ “เห็นไหมล่ะ สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาญาติผู้ใหญ่ถึงจะจับนกได้”
หลินเฟิงสมทบพลางทำทีเป็นห่วงใย “ซู่เป่าชอบนกแก้วขนาดนี้เลยเหรอ? พ่อนี่ช่างไม่เอาไหนจริง ๆ เอาเป็นว่าต่อไปพ่อจะซื้อนกแก้วสวย ๆ ให้ลูกอีกเยอะ ๆ เลยดีไหม?”
เด็กน้อยอาจจะไร้เดียงสาแต่พวกเขาไม่ได้โง่ ซู่เป่ามองรอยยิ้มจอมปลอมของหลินเฟิงด้วยสายตาว่างเปล่า เธอกระชับกอดตุ๊กตากระต่ายและเสี่ยวอู่ไว้แน่น ในใจลึก ๆ นั้นไม่ต้องการนกแก้วเป็นร้อยตัว
สิ่งที่เคยโหยหาคืออ้อมกอดของพ่อหลังจากแม่ตายไป
แต่พ่อไม่เคยเหลียวแลเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังดุด่าและทุบตีราวกับจะฆ่าให้ตายคามือ…
ในย