้ถึงน้ำหนักตัวของนกและกรงเล็บกำลังจิกสอดเข้ามาในเส้นผม เส้นเลือดบนขมับของเขาเต้นตุบ ๆ ด้วยความพยายามระงับอารมณ์
ซู่เป่าหลุดขำคิกคักออกมาทันที เสียงหัวเราะสดใสของเธอทำให้ทุกคนถึงกับชะงักและมองด้วยความตกใจ เพราะที่ผ่านมาซู่เป่าเป็นเหมือนหุ่นยนต์ตัวน้อยไร้อารมณ์ ใบหน้าเรียบเฉยและระมัดระวังตัวจนน่าสงสาร ในยามนี้กลับหัวเราะออกมาได้ในที่สุด…
คุณตาซูถึงกับขอบตาร้อนผ่าว พลางนึกสมเพชตัวเองช่วงพักหลังมานี้บ่อน้ำตาตื้นเสียเหลือเกิน
เมื่อเห็นซู่เป่าหัวเราะ เจ้าเสี่ยวอู่ก็ยิ่งได้ใจ มันขยับปีกพึ่บพั่บพลางแผดเสียงลั่น “สามแปด! สามแปด!”
ซูอี้เชินหน้าตึงทันที
ซู่เป่าขำจนตัวโยนก่อนจะช่วยแก้ไขให้อย่างจริงจัง “ไม่ใช่สามแปดนะเสี่ยวอู่ นี่คือคุณลุงต่างหาก!”
นกแก้วเปลี่ยนคำด่าทันควัน “เสี่ยวจิ่ว! เสี่ยวจิ่ว!”
ซูอี้เชินกระตุกมุมปากด้วยความเคือง ข่มใจไม่ให้เอื้อมมือไปคว้านกเขียวบนหัวลงมาหักคอทิ้งเสียตรงนี้
แต่พอเห็นรอยยิ้มของซู่เป่า ความหงุดหงิดทั้งหลายก็มลายหายไปสิ้น เขาแสร้งทำเป็นแบมือล่อธัญพืชอีกครั้ง และในจังหวะที่มันเผลอ เขาก็ตะปบคว้าขาของมันไว้ได้ทันควัน!
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! อย่าเอาข้าไปตุ๋น! อย่าเอาข้าไปตุ๋น!” นกแก้วแหกปากร้องโวยวายจนคนทั้งบ้านถึงกับนิ่งอึ้ง…
เจ้านี่มันช่างพูดช่างจาเสียเหลือเกิน!
สุดท้ายเสี่ยวอู่ก็ถูกสวมห่วงขาชั่วคราวและถูกพานำออกจากบ้านตระกูลหลิน ซู่เป่าลูบขนมันแผ่วเบาพลางกระซิบกร