บทที่ 9 พลาสเตอร์ตระกูลหลิน สลัดยังไงก็ไม่หลุด!
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ซูอี้เชินจัดการขับไล่มู่ชิ่นซินไปพ้นทางได้แล้ว เขาก็ยังคงอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนซู่เป่าเพื่อหาทางล่อนกแก้วต่อ
ในใจเขารู้สึกเหนื่อยหน่าย ในเมื่อไม่สามารถใช้กำลังจับตัวมันมาได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการหลอกล่อ แต่นกแก้วนั้นไม่ใช่คน เขาจึงนึกไม่ออกเลยว่าจะหาทางล่อมันลงมาได้อย่างไรดี
“นกแก้วน้อย ลงมาเร็วเข้า ฉันมีเนื้อให้กินนะ” ซูอี้เชินพยายามหว่านล้อมด้วยทักษะการแสดงที่ดูไม่เนียนเอาเสียเลย
เจ้าเสี่ยวอู่ที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้สูงเอียงคอจ้องมองซูอี้เชินด้วยท่าทางกวนประสาท มันใช้จะงอยปากจิกไซ้ขนปีกของตนเองอย่างไม่แยแส ก่อนเริ่มโยกตัวส่ายหัวไปมาเลียนแบบท่าทางพวกนักเลงหัวไม้ พลางแผดเสียงร้องโต้ตอบกลับมา “ไม่กินเนื้อ! ไม่กินเนื้อ! กินเนื้อแล้วมันอ้วน!”
นกแก้วจอมแสบพองขนจนตัวกลมป้อม ขยับกรงเล็บเกาะกิ่งไม้ไว้แน่นพลางขยับปีกราวกับกำลังยักไหล่เยาะเย้ย แม้ซูอี้เชินจะพยายามส่งสายตาอ้อนวอนเพียงใด แต่มันกลับยังคงปักหลักนิ่งเฉยอยู่บนที่สูง ไม่ยอมโผบินลงมาหาเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย “ซู่เป่า เราไปกันเถอะ ไม่ต้องไปสนใจมันแล้ว!”
ซู่เป่าร้อนใจขึ้นมาทันควัน รีบคว้าชายเสื้อของซูอี้เชินพลางอ้อนวอน “อย่านะคะ อย่าทิ้งเสี่ยวอู่นะคะ…” เด็กน้อยร้อนใจจนดวงตาเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ แต่กลับพยายามกลั้นไว้ไม