านใหม่ ด้วยเหตุนี้ มู่ชิ่นซินจึงต้องกำจัดเด็กในครรภ์ทิ้งเสีย โดยตนเองต้องไร้ซึ่งมลทินและข้อผิดพลาดแม้เพียงนิด
นั่นคือที่มาของละครฉากใหญ่… ฉากที่ซู่เป่า ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผลักเธอจนแท้ง!
เดิมทีมู่ชิ่นซินคิดว่าซู่เป่าเป็นเพียงวัชพืชไร้ค่า ไร้คนเหลียวแล แม้แต่คนในบ้านตระกูลหลินเองก็ไม่เคยปฏิบัติต่อเด็กน้อยเฉกเช่นมนุษย์ ยิ่งยามหลินเฟิงเมามาย เขามักพ่นคำด่าทอว่าเด็กคนนั้นคือความอัปยศของชีวิต อยากให้เด็กนั่นหายไปจากโลกนี้ด้วยซ้ำ
การยืมมือเด็กน้อยปลิดชีพลูกในท้องจึงเป็นทางเลือกที่ไร้ความเสี่ยงที่สุดแล้ว…
แต่ใครจะคาดคิดว่าซู่เป่ากลับกลายเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแห่งตระกูลซู หนึ่งในสี่ขั้วอำนาจผู้มีชื่อเสียง!
มู่ชิ่นซินเริ่มหวาดผวาจนสติแทบหลุดลอย กลัวว่าแผนการชั่วร้ายจะถูกเปิดโปงจนว้าวุ่นใจ
ทำอย่างไรดี… ควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี!?
เธอเริ่มกระวนกระวายพลางครุ่นคิดหาวิธีปิดปากซู่เป่า เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กน้อยแพร่งพรายความโหดร้ายซึ่งตนเคยทำไว้ต่อหน้าคนตระกูลซู
…
ภายในห้องพักผู้ป่วยระดับวีไอพี
ซู่เป่าลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดจนใจหาย ไร้แววผู้คนล้อมรอบเหมือนก่อนหน้านี้ เด็กน้อยก้มลงมองมือตนเองด้วยความหม่นหมอง ทุกคนคงทอดทิ้งและกลับกันไปหมดแล้ว
สภาวะจิตใจอันเปราะบางส่งผลให้ใบหน้าจิ้มลิ้มหมองเศร้าลง ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องกลับค่อย ๆ แง้มออก ก่อนร่างของซูอี้เชินจะก้าวเข้ามา
นัยน์