่าคุกเข่าอยู่หน้าประตู… แต่ตรงนี้มันหนาวมาก… คุณมารับหนูได้ไหมคะ…”
น้ำเสียงนั้นค่อย ๆ แผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน มีเพียงเสียงลมพัดดังอื้ออึงลอดมาจากปลายสาย ก่อนเสียงนั้นจะขาดไป
“ฮัลโหล! ซู่เป่า? หนูอยู่ที่ไหน!” ซูอี้เชินได้สติเป็นคนแรก เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแนบ ตะโกนเรียกสุดเสียงอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ “บอกลุงมาว่าหนูอยู่ที่ไหน! ตอบลุงหน่อย!”
ไร้เสียงตอบสนองจากอีกฝั่ง…
คุณตาซูลุกขึ้นด้วยความร้อนรน ท่าทางเคร่งขรึมเมื่อครู่หายสิ้น ตอนนี้กลับดูแก่ชราลงไปนับสิบปี
“เร็วเข้า! ไปสืบมาเดี๋ยวนี้! ตรวจสอบเบอร์ หาพิกัดที่มาของสัญญาณให้เร็วที่สุด!”
…
เสี่ยวซู่เป่ายังไม่ทันเอ่ยจนจบประโยค สติของเธอก็ดับวูบลง โทรศัพท์เครื่องสำคัญหลุดจากมือจมหายไปในกองหิมะ
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ หลินเฟิงเดินย้อนกลับออกมา เพื่อตามหาโทรศัพท์ของตน เมื่อเห็นร่างเล็กนอนนิ่งไม่ไหวติง เขากลับทำเพียงใช้ปลายเท้าเตะร่างนั้นเบา ๆ อย่างไร้ความปรานี
“ตายไปซะได้ก็ดี!” เขาพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด
ภาพความทรงจำเมื่อสี่ปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว วันที่เขาพบหญิงสาวคนหนึ่งในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ความสงสารชั่ววูบทำให้เขาตัดสินใจพาหญิงคนนั้นกลับมายังบ้าน
ครั้นหยาดน้ำชะล้างคราบสกปรกจนหมดสิ้น ความงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์มอมแมมกลับทำเอาตะลึงงัน แม้เธอจะสูญเสียความทรงจำและดูเลื่อนลอยไร้สติ กลับดึงดูดให้เขาหลงใหลจนยากถอนตัว
ในตอนนั้นเขาทำต