ยร้องไห้อีกเลย ต่อให้ถูกพ่อทุบตีเพียงใด ก็ไม่ยอมหลั่งน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียว
ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามา ความอัดอั้นกลับทำให้เธอรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
หลังจากกดโทรหาคุณลุง ปลายสายกลับเงียบงันไร้คำพูดใด ๆ นั่นหมายความว่าทางนั้นก็ไม่ต้องการเธอเหมือนกันใช่ไหม? ในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ไม่มีใครรักเธอเลยสักคน
แล้วแม่ล่ะ…
หากเธอตายไปในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ แม่จะยังต้องการเด็กคนนี้อยู่ไหม?
ริมฝีปากที่เขียวคล้ำเพราะความหนาวสั่นระริก เธอพร่ำบอกตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แม่คะ… ซู่เป่าจะไม่ร้องไห้ ซู่เป่า… จะเป็นเด็กดี…”
โครม!
เสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นก็ดังขึ้นบริเวณทางเข้าคฤหาสน์ รถยนต์สีดำเจ็ดแปดคันพุ่งทะยานเข้ามาอย่างดุดัน ชายหนุ่มในเสื้อโค้ตสีเข้มก้าวลงจากรถคันแรกสุด ก่อนจะถีบประตูใหญ่ของตระกูลหลินจนเปิดออกด้วยเท้าเพียงข้างเดียว!
ลมพายุพัดหิมะกลบร่างเล็ก ๆ ของเด็กน้อยจนเกือบมิด ซูอี้เชินกวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความร้อนรน ในโทรศัพท์เด็กหญิงบอกว่าเธอกำลังคุกเข่ารออยู่ที่ประตูรั้ว
ฉับพลัน สีหน้าของเขาพลันเคร่งเครียดเมื่อสายตาปะทะกับเนินหิมะรูปร่างประหลาดที่ดูเหมือนกำลังซ่อนเร้นบางสิ่งไว้
ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต สองมือแดงก่ำเพราะความเย็นจัดขณะตะกุยขุดหิมะออก จนในที่สุดร่างเล็กกำลังสลบไสลก็ปรากฏแก่สายตา
“ซู่เป่า!?”
อี้เชินรีบช้อนร่างเด็กน้อยขึ้นมาแนบอก พอเห็นใบ