“ผู้อาวุโสหญิงที่เคยช่วยเรามาก่อน เราไม่อาจเก็บทรัพยากรนั้นไว้ได้ในท้ายที่สุด แต่เราก็ไม่อาจลืมความเมตตาของนางได้”
“ใช่ ผู้อาวุโสหญิงคนนั้นรีบจากไปก่อนหน้านี้ เราไม่ทันแม้แต่จะขอบคุณนางอย่างถูกวิธี ตอนนี้เราเจอนางแล้ว เราควรจะไปหานาง”
เฮยหยาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่างจากการสนทนาของพวกเขา มีแสงเลวร้ายแว่บผ่ายสายตาของเขาทันที เขาพูดอย่างสุภาพว่า “ผู้อาวุโส ท่านประสบเหตุร้ายมาก่อนหน้านี้หรือ ? ”
“เฮ้อ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงมันอีกเลย เราไม่อาจยั่วยุคนที่เหนือกว่าเราไปได้” หยางลี่โบกมืออย่างไม่เต็มใจที่จะพูดอะไรอีก หลังจากนั้นกลุ่มของพวกเขาก็เดินไปที่รถม้าที่มาจากนิกายร้อยรับ
ในเวลานี้ หญิงกลางคนนั่งอยู่บนรถม้าอย่างไม่สบายใจ ดูเหมือนว่าความกังวลของนางจะไม่อาจหมดไปได้เร็ว ๆ นี้
นอกจากหญิงวัยกลางคนแล้ว ยังมีหญิงสาวนั่งอยู่ตรงนั้นอีกด้วย จากรูปร่างและหน้าตาของนาง นางอายุประมาณ 18-19 ปี นางมีผิวพรรณที่ผุดผ่อง กริยาของนางนั้นสง่าทุกท่วงท่า ราวกับว่ามาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่
หญิงวัยกลางคนเป็นผู้อาวุโสราชาเทพจากนิกายร้อยรับ นางชื่อว่าหวู่หรู่ยี