“…..”
ผมนั่งอยู่ในห้องทำงาน จมอยู่ในภวังค์ของตัวเอง ภาพปฏิกิริยาของไคล์วนเวียนไปมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมไม่รู้ว่าตัวเองค้างอยู่ในสภาพนั้นนานแค่ไหน แต่ในที่สุด ผมก็ลูบใบหน้าพร้อมกับเสียงโอดโอยหลุดออกมาจากปาก
“…ไม่สะดุ้งเลยสักครั้ง”
ไคล์…
เขาเล่นเกมไปทั้งหมดสิบห้ารอบ แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะเล่นสักกี่รอบ เขาก็ไม่เคยผงะ ส่งเสียง หรือแสดงอาการหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย
ผมรู้ดีเพราะเป็นคนยืนอยู่ข้างเขาตลอดเวลา ได้แต่หวังว่าเขาจะตอบสนองออกมาสักอย่าง
อะไรก็ได้
ทว่ากลับไม่มีเลย สุดท้ายแล้ว ไคล์ไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ออกมาทั้งสิ้น
ส่วนต่อจากนั้นก็มีแต่ความกระอักกระอ่วน— เขาหันมาชำเลืองมองผม เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวกำลังพยายามอย่างหนักที่จะเค้นคำให้กำลังใจ แต่สุดท้าย สิ่งที่พูดออกมากลับให้ความรู้สึกเหมือนคำดูถูกเสียมากกว่า
‘ก็ไม่เลวนะ’
เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจหรอก แต่สายตาของเขามันบ่งบอกทุกสิ่งอย่างให้ผมได้รับรู้หมดแล้ว
“บางทีอาจจะเป็นที่ตัวเขาก็ได้… ก็เขาเป็นคนที่ชินกับการจัดการฉากน่ากลัว ๆ อยู่แล้วนี่”
ผมพยายามหลอกตัวเองว่าปัญหาคือไคล์ แต่พอลองกลับไปเล่นเกมนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกเดิม ๆ ที่ตัวเองเคยมีต่อมันก็หายไปหมด
“มีบางอย่างขาดหายไป…”
บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับเกมนี้ขาดห