ยังไงก็ตาม ข้าจะให้เขาติดค้างเผ่าดาวทมิฬให้ได้ “
“เขาอาจจะตายก่อนที่จะเติบโต เขาอาจจะขึ้นเป็นราชันย์ของโลกไม่ได้ แต่เราไม่อาจจะหาใครคนที่สองที่เดินพันทุกอย่างไว้ได้นอกจากเขา ผลก็คือแม้ว่านี่จะเป็นความพยายามที่ล้มเหลว แต่ข้าก็จะยังต้องลอง”
จักรพรรดิดาวทมิฬตาเป็นประกาย เขามองไปยังผู้นำโถงทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาได้พูดขึ้นต่อ “ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าหลายคนนั้นแค้นคนนอกลึกลงไปถึงกระดูก พวกเจ้าอยากจะฆ่าเขา แต่ข้าต้องเตือนพวกเจ้าก่อน ความแค้นของพวกเจ้านั้นไม่สำคัญกว่าอิสระของเรา “
“ในเมื่อเขาคือความหวังในการปลดปล่อยเผ่าเรา และเขาต้องช่วยเรา งั้นชัดแล้วว่าเราต้องมองข้ามการกระทำในอดีตของเขาและมองข้ามความแค้น เพื่อจะร่วมมือกับเขา รวมถึงให้ของที่จำเป็นกับเขา พวกเจ้าเข้าใจรึไม่ ? ”
“ได้ตามที่ท่านต้องการ ! “ หัวหน้าศาลาทั้ง 10 พากันตอบกลับ ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามต่อการตัดสินใจและคำสั่งของจักรพรรดิ
“จักรพรรดิดาวทมิฬ ข้าชื่นชมเจ้าขึ้นมานิด ๆ แล้ว ! ”
ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมา น้ำเสียงของเขาดูผ่อนคลายโดยไม่มีความกังวลใด ๆ
เสียงที่ดังขึ้นมานี้ทำให้เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตบรรพกาลต้องตกใจ ไม่มีใครในเผ่า