าก็เหมือนนึกบางอย่างออกซึ่งทำให้เขาอึดอัดใจ เขาถามออกมาด้วยความกังวล “ข้าถามได้รึไม่ว่าเงื่อนไขในการชุบชีวิตไคยะเป็นผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณโกลาหลโบราณด้วยรึไม่ ? ”
“วิญญาณของเจ้ามีเส้นพลังบรรพกาลอยู่ซึ่งพิเศษอย่างมาก หากข้าต้องการวิญญาณของเจ้าครึ่งหนึ่งแลกกับโอกาสในการชุบชีวิตนาง เจ้าจะเต็มใจแลกเปลี่ยนรึไม่ ? ”
“เต็มใจ ข้าเต็มใจ ตราบใดที่ท่านชุบชีวิตไคยะขึ้นมาได้ แม้ว่าจะเอาวิญญาณของข้าไป 9 ใน 10 ส่วนก็ไม่เป็นไร นี่ไม่ต้องนับแค่ครึ่งเดียวเลย” ความสลดของเจี้ยนเฉินหายไปทันที เขาตกลงโดยไม่ลังเล เขาบอกได้ว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นดูสนใจในวิญญาณของเขา
“วิญญาณของเจ้าส่วนหนึ่งได้พังทลายไปแล้ว มันไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ หากข้าเอาวิญญาณของเจ้าไปครึ่งหนึ่งในสภาพนี้ เจ้าก็จะรับผลกระทบอย่างหนักหน่วงและส่งผลกระทบร้ายแรง มันอาจจะส่งผลต่อเส้นทางการบ่มเพาะของเจ้าในอนาคต”
“เจ้าควรคิดให้ถี่ถ้วน เจ้าเต็มใจจะทำลายอนาคตตัวเองแลกกับคนที่จากไปแล้วรึ ? ”
“ข้าเต็มใจ ตราบใดที่ท่านยอมช่วยข้า ข้าพร้อมเสนอวิญญาณครึ่งหนึ่งให้กับท่านตอนนี้เลย” เจี้ยนเฉินพูดด้วยท่าทีหนักแน่น
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาไม่ได้พูดอะไร ราวกับเขากำล