แขนของเขาก็ยังไม่เหลือ
แต่ตอนนี้ร่างกายเขายังอยู่ดี !
แน่นอนว่านี่แค่ภายนอก สภาพร่างกายเขาถือว่าเสียหายอย่างหนัก
ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่สิ่งแรกที่เขาตระหนักได้คือเม็ดพลังบรรพกาลที่แตกออกนั้นกลับยังอยู่ดีเหมือนก่อน แต่มันเล็กลงกว่าเดิมอย่างมาก พลังบรรพกาลเองก็น้อยลงกว่าเดิมด้วย
การเปลี่ยนแปลงและผิดปกติเหล่านี้ทำให้เจี้ยนเฉินตกตะลึง
แต่ไม่นานเขาก็เหมือนคิดบางอย่างออก เขามองไปที่ด้านในห้องโถงและพบกับร่างที่รายล้อมไปด้วยแสงแห่งวิถี ร่างที่ราวกับพระเจ้าได้ปรากฏขึ้นในสายตาของเจี้ยนเฉิน
ไม่จำเป็นต้องบอก เจี้ยนเฉินก็รู้ว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร เขาพยายามลุกขึ้นจากพื้น การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลต่ออาการบาดเจ็บในตัวทำให้เขาต้องเจ็บมากยิ่งขึ้น
เขาข่มความเจ็บปวดจากวิญญาณและร่างกาย ก่อนจะโค้งให้กับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา “ผู้น้อยเจี้ยนเฉิน ขอคำนับจอมปราชญ์สูงสุด ! ”
แต่เขาไม่ได้รับการตอบรับจากจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเลยแม้แต่น้อย
“ผู้น้อยเจี้ยนเฉิน คำนับจอมปราชญ์สูงสุด ! ” เจี้ยนเฉินได้คำนับเป็นครั้งที่สอง
“ท่าน... ” เจี้ยนเฉินสับสน เขาไม่อาจจะคาดเดาความคิดของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้ เขาไม่รู้ว่าทำไมจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา