เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ของเขาที่บ่งบอกถึงการเป็นหัวหน้าโถงเซียนธาตุแสงอยู่ในมือของหวงฟู่กุ่ยยี่ หลังจากนั้นหวงฟู่กุ่ยยี่ได้จัดการให้คนของเขาปลอมตัวเป็นกงซุนอี้และแสดงตัวในเมืองใหญ่ต่าง ๆ บนที่ราบรกร้างโดยสวมเสื้อคลุมตัวนั้น ในที่สุด เขาก็ออกจากที่ราบรกร้างผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาว
หลังจากนั้นกงซุนอี้ก็หายตัวไปจากที่ราบรกร้างโดยสิ้นเชิงในฐานะบุคคล แน่นอนในสายตาของคนอื่น ๆ พวกเขาคิดว่ากงซุนอี้ออกจากสถานที่แห่งนี้ไปด้วยความผิดหวัง สลดใจ
อย่างไรก็ตาม ทั้งหวงฟู่กุ่ยยี่และซูซีปิงต่างก็ไม่รู้ว่าการจ้องมองในระยะไกลได้เห็นทุกสิ่งที่พวกเขาทำที่นั่นอย่างชัดเจน แม้แต่ค่ายกลที่ทรงพลังมากมายรอบ ๆ ตระกูลกลางสวรรค์ก็ไม่สามารถหยุดการจ้องมองได้
“ช่างน่าเสียดาย มีเพียงส่วนหนึ่งของมรดกที่ทิ้งไว้โดยราชันของเชื้อสายนักรบวิญญาณเท่านั้นที่เหลืออยู่ มันอยู่ในครอบครองของเจี้ยนเฉิน” ในเทือกเขาเทพกระบี่ เซียนกระบี่สวรรค์ค่อย ๆ ละสายตาจากตระกูลกลางสวรรค์ ดวงตาโบราณของเขาค่อย ๆ เข้มขึ้นในขณะที่เขาเปล่งเสียงพึมพำออกมาว่า “ภูเขาวิญญาณนักรบ…”