ถึงตอนนี้ ร่างที่จมอยู่ตรงมุมห้องก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าและพูดอย่างไม่สนใจใบหน้าที่ตื่นตระหนกของบรรดาขุนนางและแม่ทัพที่ห้องโถงว่า “ไม่ต้องตกใจ ข้า เอง ! ”
“อ้า ! ปะ-ปะ-เป็นจักรพรรดิเถื่อน ! ”
“จะ-จะ-จักรพรรดิเถื่อน ! ทะ-ทะ-ทำไม เป็นท่านล่ะ ? ”
“กะ-เกิดอะไรขึ้น ? ”
เมื่อพวกเขาเห็นหน้าตาของผู้บุกรุก ทหารที่อยู่ในตัวอาคารก็เบิกตากว้าง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“มะ-ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว กลับไปทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำ” จักรพรรดิเถื่อนโบกมือให้ทุกคนอย่างเชื่องช้าและรีบกลับไปที่เขตต้องห้ามด้วยท่าทีน่าสงสาร
“หัวหน้าพิรุณ ข้าพูดผิดหรือ..? ”
ในเขตต้องห้าม จักรพรรดิเถื่อนยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้าพิรุณด้วยท่าทีไม่พอใจ
“จักรพรรดิเถื่อน จำไว้ว่าเข้าสามารถยั่วยุข้าได้ แต่เจ้าต้องไม่ยั่วยุหานเจิ้ง” เสียงของหัวหน้าพิรุณค่อนข้างสงบแล้วตอนนี้
“ขอรับ ขอรับ ขอรับ ข้าจะทำตามคำสั่งของหัวหน้าสุดหัวใจ” จักรพรรดิเถื่อนพูดด้วยใบหน้าประจบประแจง แต่เขาคิดในใจ “แม้ว่าข้าจะกล้ามากกว่านี้ร้อยเท่า ข้าก็ไม่เคยยั่วยุท่าน เห็นไ ได้ชัดว่าหานเจิ้งจากทายาทนักรบวิญญาณเป็นเป้าหมายที่ง่ายกว่า”