ตึง!
วงออร์เคสตรากลับมามีชีวิตอีกครั้ง!
เสียงบรรเลงทะลักออกมาจากเครื่องดนตรีทุกชิ้น หลั่งไหลไปทั่วโรงละครอย่างกลมกลืนไร้ที่ติ ทั้งจังหวะ ท่วงทำนอง— ล้วนสมบูรณ์แบบ แต่…
ทว่า…
“….”
ทุกอย่างหยุดลงด้วยการสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียวของวาทยกร
ความเงียบงันเข้าปกคลุม
“ทำไม…?”
นิ้วมือเรียวผอมแห้งของวาทยกรคีบโน้ตเพลงเอาไว้ พลิกมันไปมาด้วยการเคลื่อนไหวแข็งกระด้าง ไม่เป็นธรรมชาติ ศีรษะของมันบิดเอียง ทำมุมแปลกพิกลราวกับพยายามถอดรหัสบางสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้
“…มันควรจะเป็นแบบนี้สิ?”
มือสะบัดอีกครั้ง
ตึง!
ดนตรีเริ่มบรรเลงอีกหน
ทำนองเดิม จังหวะเดิม ทุกสิ่งทุกอย่าง… เหมือนเดิม
และผลลัพธ์ก็คือ—
“หยุด”
เป็นอีกครั้ง ที่ความเงียบสงัดบีบรัดบรรยากาศ
“ทำไม…?”
วาทยกรคว้าโน้ตเพลงขึ้นมา
มือของมันขยำโน้ตแน่นขึ้น นิ้วมือสั่นกระตุก ดวงตาที่ถูกเย็บปิดไล่กวาดโน้ตเรียงตัว มันรู้ว่ามีบางอย่างผิด มันมองออก แต่ความหมกมุ่น— กระหายในความสมบูรณ์แบบ— ตรึงมันไม่ให้ยอมปล่อยข้อบกพร่องนั้นหลุดรอดไปได้
มัน… ต้องทำให้บทเพลงสมบูรณ์แบบ
‘ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้ว’
ผมเอื้อมมือไปหาวิทยุสื่อสาร
แต่ทันทีที่ปลายนิ้วแตะปุ่ม—
“—!”
ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา
‘เวรเอ้ย! ทำไมต้องเป็นตอนนี้วะ…!’
ความปวดร้าวเสียดแทงทะลุกะโหลกศีรษะของผม นิ้วมือสั