บรรพชนหลานพยักหน้าเบา ๆ หลังจากยืนยันตัวตนของผู้อาวุโสเซี่ยแล้ว นางก็ไม่พูดอะไรอีก อย่างไรก็ตามเหอเถียนฉีที่อยู่ข้างหลังนางก้าวไปข้างหน้า เขาจ้องไปที่ผู้อาวุโสเซี่ยด้วยดวงต ตาที่เป็นประกายและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ผู้อาวุโสเซี่ย ท่านยืมสิ่งของที่สำคัญไปจากข้าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำไมเจ้าไม่คืนสิ่งของนั้นให้ข้าเพราะข้าอยู่ที่นี่ในวันนี้ ? เป็ นอย่างไร ? ”
ผู้อาวุโสเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยกับสิ่งนั้น เขาแสดงความสงสัยของเขา “เหอเถียนฉี เราไม่รู้จักกัน ข้าขอยืมอะไรเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ? เจ้าอาจจะจำผิด”
ทันใดนั้น เหอเฉียนฉีก็จำบางสิ่งได้และยิ้ม “เจ้าพูดถูก เป็นข้าเองที่เป็นคนที่สับสน ผู้อาวุโสเซี่ยไม่เคยยืมอะไรจากข้าเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสเซี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเขาได้ยินคำพูดเหล่านั้นจากเหอเถียนฉีก่อนหน้านี้ หัวใจของเขาก็แน่นขึ้น ทำให้เขารู้สึกว่า เป็นลางไม่ดี
ตอนนี้เหอเถียนฉียอมรับว่าเขาจำผิด ผู้อาวุโสเซี่ยหายใจออกลึก ๆ
อย่างไรก็ตาม คำพูดต่อไปของเหอเถียนฉีทำให้ผู้อาวุโสเซี่ยที่ไม่ได้เตรียมตัวตกใจ