“พี่สะใภ้…”
เช้าตรู่หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เฉาซื่อก็รีบมาเยี่ยมจ้าวซื่อที่ห้อง หลังจากที่จ้าวซื่อกินยาหมดแล้ว เฉาเหลียนเอ๋อร์ก็ช่วยไปเชิญท่านหมอที่เชี่ยวชาญด้านโรคสตรีที่สุดในอำเภอมา
หลังจากกินยาไปอีกสองชุด ประกอบกับได้น้ำแกงไก่และไข่ไก่บำรุงทุกวัน ร่างกายของนางจึงดูดีขึ้นบ้าง
พอเห็นเฉาซื่อมา ชุนเหมยก็รีบเข้าไปพยุงจ้าวซื่อขึ้นมาพิงหมอนอิงที่หัวเตียง และช่วยสวมเสื้อคลุมบางๆ ให้
จ้าวซื่อเอ่ยตำหนิเฉาซื่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดูเจ้าสิ ห้องข้าอากาศไม่ถ่ายเท มีกลิ่นเหม็น เจ้าเองก็ท้องอยู่ ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมา แล้วไยเจ้าถึงมาอีกเล่า?”
เฉาซื่อนั่งลงข้างเตียง หยิบผ้าห่มมาห่มให้จ้าวซื่อพลางยิ้มแล้วพูดว่า “จะมีกลิ่นอะไรกัน จะเหม็นสู้มูลสัตว์ได้หรือ? พูดเหมือนกับข้าไม่เคยยกถังปุ๋ยมูลสัตว์ไปรดแปลงผักอย่างนั้นแหละ”
“อีกอย่าง ชาวบ้านอย่างพวกเรามีพิธีรีตองอะไรกัน ข้าว่างๆ ก็เหงาแทบแย่ ยิ่งตอนนี้เหลียนเอ๋อร์ก็ดื้อขึ้น บอกว่าไม่ให้ข้าทำงานอะไรทั้งสิ้น ข้านี่นั่งๆ นอนๆ จนจะขึ้นราแล้ว ไม่หาคนคุยด้วยคงอุดอู้ตายแน่! พี่สะใภ้ก็แข็งแรงขึ้นทุกวัน ข้าเห็นแบบนี้ก็เบาใจแล้ว”
“นี่ล้วนเป็นเพราะพวกเจ้า เจียวเอ๋อร์พูดถูก พวกเราจะทำให้คนในครอบครัวเสียใจแล้วปล่อยให้ศัตรูของเราสมใจไม