ี๋ยวจะทำให้คนในห้องโถงตกใจ
นางกล่าวขอบคุณชุนเหมยด้วยแววตาซาบซึ้ง แล้วเดินไปที่ห้องโถงอย่างเงียบเชียบ คิดจะไปแอบฟังที่หลังฉากกั้น
ทว่าถังสุ่ยเป็นนายพราน ล่าสัตว์มาตั้งแต่เด็ก หูจึงไวเป็นพิเศษ เขารีบลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ไม่กล้าแม้แต่จะมองเฉาเหลียนเอ๋อร์ เพียงวางกระต่ายป่าและไก่ป่าสามตัวลงบนพื้น ก่อนจะเอ่ยลา “ไก่ป่าเอาไว้ให้แม่เจ้ากับป้าจ้าวบำรุงร่างกาย ส่วนกระต่ายป่าเอาไว้ให้พวกเจ้าลองชิมดู ข้า… ข้ากลับก่อนนะ”
เฉาเหลียนเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางประหม่า เมื่อได้ยินดังนั้นพลันรู้สึกกระวนกระวาย รีบวิ่งตามออกไปพร้อมร้องเรียกถังสุ่ย “พี่ถังสุ่ย… ท่าน… ตอนเที่ยงมากินข้าวที่นี่สิ”
ถังสุ่ยโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่ดีกว่า ข้ายัง…”
เฉาซื่อรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะหลบซ่อน จึงรีบเดินออกมาทักทาย “ถังสุ่ย เด็กคนนี้ เกรงใจอะไรกันนักหนา ถ้าเจ้าเกรงใจเช่นนี้ พวกเราก็จะเกรงใจเจ้าเช่นกัน ไก่ป่ากับกระต่ายพวกนี้ จะให้ข้าจ่ายเงินให้เจ้า หรือเจ้าจะยกกลับไปเล่า!”
“ท่านป้า… ข้า…” ถังสุ่ยเป็นคนพูดไม่เก่ง พอเฉาซื่อพูดเช่นนี้ เขาก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก
เฉาซื่อยิ้มพลางเดินเข้าไปหา “เด็กคนนี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เจ้าเคยช่วยเหลือพี่รองของพวกเรา แล้วยังเคยช่วยเหลียนเ