น เฉาซื่อจึงรู้สึกว่าตัวเองนั้นมั่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ประกอบกับการที่ได้อยู่กับครอบครัวของอวิ๋นโส่วจงเป็นเวลานาน นางอยู่ที่ตัวอำเภอมาระยะหนึ่งแล้ว ได้ไปไหนมาไหนกับเฉาเหลียนเอ๋อร์เพื่อดูแลกิจการ ทำให้นางมีสายตากว้างไกลขึ้น ไม่ใช่สตรีที่มองเห็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ ตรงหน้าอย่างเช่นในอดีตอีกต่อไปแล้ว
“น้องสะใภ้พูดถูก ข้าคิดไม่ถึงเอง” ร้านเม่าไช่ขายดีเพียงใด เฉาซื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง อีกทั้งรายได้ในแต่ละวัน นางก็รู้อย่างชัดเจน
หากเป็นเช่นในอดีต นางคงไม่กล้าแม้แต่จะฝัน ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งครอบครัวของนางจะมีเงินทอง ถึงขั้นซื้อบ่าวไพร่และจ้างคนงานได้!
อวิ๋นโส่วกวงเล่าเรื่องที่ขายผ้าต่วนให้นางฟัง นางจึงรู้ว่าครอบครัวนางได้ซื้อที่ดินเพิ่ม ตอนนี้พวกเขายังจ้างคนงานมาช่วยทำไร่ไถนาอีกสองคน แถมสามีของนางยังซื้อรถลากมาอีกคัน!
พี่สะใภ้น้องสะใภ้คุยกันอีกสักพัก เฉาซื่อก็ขอตัวกลับก่อน เพราะจ้าวซื่อต้องพักผ่อน การพูดคุยมากเกินไปคงไม่ดีต่อสุขภาพ นางเดินออกมาจากห้องของจ้าวซื่อ กำลังจะไปที่ห้องโถง แต่ชุนเหมยก็รีบเดินมาขวางไว้
“ฮูหยินสาม ถังสุ่ยมาเจ้าค่ะ กำลังคุยกับคุณหนูรองอยู่ที่ห้องโถงเจ้าค่ะ”
ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเฉาซื่อก็เป็นประกายทันที ชุนเหมยคงจะเตือนนางว่าอย่าส่งเสียงดัง เด