เม็ดพลังบรรพกาลของเขาเริ่มขยายตัวขึ้นในระดับที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พลังบรรพกาลก็เพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ
บนดาวนิรนามไม่มีอะไรที่เหมือนกับการเปลี่ยนผ่านฤดูหรือกลางวันกลางคืน ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม ทำให้ผู้คนแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
เจี้ยนเฉินใช้เวลาทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะอย่างสมบูรณ์ เขาลืมเวลาและลืมตัวตน เขาขาดการติดต่อกับโลกภายนอกทั้งหมด
สถานที่แห่งนี้ปลอดภัยมาก เมื่อเขาเริ่มบ่มเพาะที่นี่ มันก็ไม่มีเหตุผลที่มันจะเหมือนกับที่แล้ว ๆ มาในอดีตที่เขามักจะต้องระมัดระวังภายนอกอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้แม้แต่เจี้ยนเฉินเองก็ไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาไปเท่าไรแล้ว อย่างไรก็ตามเม็ดพลังบรรพกาลในตัวของเขาขยายจนได้ครึ่งหนึ่งจากขนาดสูงสุดแล้ว มีพลังบรรพกาลอยู่ในนั้นมากมาย
ในเวลานี้ เจี้ยนเฉินจมจ่ออยู่กับการบ่มเพาะของเขา เขารู้สึกได้ถึงพลังลึกลับที่ดึงให้เขาได้สติโดยสัญชาตญาณ
ทันทีที่เขาลืมตา เขาก็เห็นชายชราขอทานที่ผมเพ้ากระเซอะกระเซิงและเนื้อตัวเต็มไปด้วยดินอยู่ด้านหน้าของเขา ดวงตาของเขาดูลึกล้ำราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวกำลังจ้องมองมาท ที่เขา