ตาที่กระหายในความรู้ เช่นเดียวกับเด็กๆ ในหมู่บ้านไหวซู่นี้
“ไม่เป็นไร ปล่อยพวกเขาไปเถิด แต่อาจารย์กำลังปรึกษาหารือเรื่องสำคัญ อย่าปล่อยให้ใครเข้าไปรบกวน”
“แล้วอาหารเที่ยงวันนี้แม่ครัวเตรียมหรือยัง? ขาดเหลืออะไรหรือไม่? หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องก็รีบเบิกเงินไปซื้อเตรียมไว้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเชิญอาจารย์มาที่นี่ เราต้องแสดงมารยาทให้ดีที่สุด”
ผู้ดูแลหลินรีบตอบ “แม่ครัวกำลังเตรียมอาหารอยู่ขอรับ ส่วนวัตถุดิบไม่ขาดอะไร เมื่อครู่ผู้ใหญ่บ้านนำเนื้อหมูสองชั่งกับไก่หนึ่งตัวมาให้ หัวหน้าตระกูลอวิ๋นมอบเหล้าสองไห ปลาตัวใหญ่อีกสองตัว และชาวบ้านบางคนก็ส่งผักมาให้เล็กน้อย เพียงพอสำหรับจัดเลี้ยงหนึ่งโต๊ะขอรับ”
ตระกูลใหญ่ที่สุดสองตระกูลในหมู่บ้านไหวซู่คือตระกูลจางซึ่งเป็นตระกูลของผู้ใหญ่บ้านกับตระกูลอวิ๋นซึ่งเป็นตระกูลของอวิ๋นเจียหรง คนของทั้งสองตระกูลนี้รวมกันคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของหมู่บ้านไหวซู่
ดังนั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากสำนักศึกษาแห่งนี้คือคนในสองตระกูลนี้ ผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูลอวิ๋นจึงให้ความสำคัญกับสำนักศึกษาแห่งนี้เป็นอย่างมาก
“พี่สี่ พี่ออกมาแล้ว อาจารย์ยอมอยู่ที่นี่หรือไม่? พวกเราจะได้เข้าเรียนเมื่อไร?”
ขณะนั้นอวิ๋นฉี่รุ่ยก็เบียดฝูงคนเข้ามา ด้านหลังมี