ข้าใกล้
เห็นนางระมัดระวังเช่นนี้ ฟางซื่อจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจียวเอ๋อร์ เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
อวิ๋นเจียวถ่ายทอดคำพูดของฉู่อี้ออกมาทุกคำโดยไม่ตกหล่น ยิ่งฟังคิ้วของอวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อก็ยิ่งขมวดแน่น
สีหน้าของอวิ๋นฉี่เยว่กับอวิ๋นฉี่ซานก็ยิ่งดูเคร่งขรึม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ได้ยินชื่อของอู๋เยว่เสนาบดีกรมกลาโหม และเฉิงเต๋อจวิ้นอ๋อง ฉินหรง สีหน้าของอวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อก็พลันเปลี่ยนไป
ในความคิดของอวิ๋นเจียว ปฏิกิริยาของพวกเขานั้นถือเป็นเรื่องปกติ ชาวบ้านธรรมดาที่มีหัวคิด ย่อมไม่มีใครอยากเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้แย่งชิงของเหล่าขุนนาง
“…ฉู่อี้บอกว่า ไม่อยากปิดบังพวกเรา หากพวกเราต้องการตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา เขาก็จะจ่ายเงินค่าสูตรหม้อไฟให้ทั้งหมดในคราวเดียว อ้อ จริงสิ แผ่นไม้นี้ ท่านลุงฉู่มอบให้ข้าเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าไม่มีอะไรพิเศษ จึงรับมา”
อวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อพยายามอย่างมากที่จะเก็บซ่อนความตกตะลึงในใจ และรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง อวิ๋นโส่วจงกล่าว “เจียวเอ๋อร์ ยื่นแผ่นไม้นั่นให้พ่อดูหน่อย”
อวิ๋นเจียวได้ยินดังนั้นจึงยื่นแผ่นไม้ในมือให้อวิ๋นโส่วจง
สายตาของอวิ๋นฉี่ซานก็จับจ้องไปที่แผ่นไม้นั้น “ไม้ธรรมดาๆ แต่ฝีมือการแกะสลักนั้นยอดเยี่ยมมาก นี่คงจะเป็นผลงานของปรมาจารย์กระมัง?”
ทว่าฟางซ