ร้องไห้เลย ร้องไห้ตอนอยู่ไฟระวังสายตาจะเสีย”
แต่ยิ่งเขาพูด น้ำตาของจ้าวซื่อก็ยิ่งไหลพรั่งพรู อวิ๋นโส่วกวงทำอะไรไม่ถูก เขาช่างโง่เง่า ไยถึงทำภรรยาร้องไห้อีกแล้ว เขาโกรธจนยกมือขึ้นตบปากตัวเอง ฝ่ามือกระทบกับใบหน้าอย่างแรงเกิดเสียงดังลั่น
จ้าวซื่อรีบคว้ามือเขาไว้ห้ามปรามด้วยความร้อนใจ “ท่านพี่ นี่ท่านทำอะไร?”
อวิ๋นโส่วกวงเอ่ย “ตงเหนียง ข้าผิดเอง ข้ามันโง่ พูดอะไรก็ไม่เข้าหู ทำให้เจ้ายิ่งร้องไห้”
จ้าวซื่อได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงก่ำ หลบสายตาพลางเอ่ยอย่างเขินอาย “ตั้งแต่แต่งงานกันใหม่ๆ ท่านพี่ก็เรียกข้าว่าตงเหนียง”
อวิ๋นโส่วกวงถึงได้รู้ตัว ที่แท้เขาเผลอเรียกชื่อของจ้าวซื่อออกมา อวิ๋นโส่วกวงที่อยู่กินกับจ้าวซื่อจนมีลูกด้วยกันสามคนแล้วพลันรู้สึกเขินอาย ใบหน้าที่ค่อนข้างคล้ำก็แดงก่ำ ไม่กล้าสบตากับจ้าวซื่อ ทั้งสองคนพลันหวนนึกถึงตอนที่เพิ่งแต่งงานใหม่ๆ…
ครู่หนึ่ง อวิ๋นโส่วกวงก็ตั้งสติได้เอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน “ตง… ตงเหนียง เจ้า… ข้าไปก่อนนะ” พูดจบก็วิ่งออกจากห้องไปอย่างกับหนุ่มน้อย แต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะปิดประตูให้สนิทเพื่อป้องกันลมเข้า
ขณะเดียวกัน เขาก็จัดการกับมูลไก่ในเล้าไก่ จากนั้นก็รีบร้อนออกไป แม้แต่เฉาเหลียนเอ๋อร์ที่ตะโกนเรียกเขากินข้าวข้างหลัง เขาก็ยังไม่ได้ยิน
นับจากนั้นเป็น