ครั้งนี้ที่ผู้เฒ่าอวิ๋นถูกตัดออกจากตระกูล เป็นการกระทบกระเทือนจิตใจที่รุนแรงกว่าตอนที่เฉาโส่วเย่าขอตัดขาดเสียอีก
บุตรชายตัดขาดจากบิดา ผู้เฒ่าอวิ๋นก็มีทั้งเสียใจ ทั้งไม่ยอมรับ ทั้งน้อยใจ ทั้งโกรธแค้น แต่ถึงพูดไปก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว ทว่าการถูกตัดออกจากตระกูลเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการถูกขับไล่ออกจากตระกูล เป็นความอับอายขายหน้ายิ่งนัก!
ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างนินทาลับหลังเขา นานๆ ครั้งที่เขาออกไปข้างนอก ก็ได้ยินพ่อแม่หลายคนอบรมสั่งสอนบุตรหลานของตนว่า “เจ้าแต่งงานไปแล้วต้องกตัญญูต่อพ่อแม่สามี ดูแลน้องสามีให้ดี อย่าได้เอาอย่างเถาซื่อของบ้านลุงสามอวิ๋นที่ทำเรื่องแย่ๆ จนโดนขับออกจากตระกูลไปเชียว…”
“ต่อไปภายภาคหน้าแต่งภรรยาเข้าบ้าน ต้องควบคุมดูแลภรรยาให้ดี อย่าได้ปล่อยปละละเลยจนเป็นเหมือนบ้านลุงสามอวิ๋นที่ถูกตัดออกจากตระกูล ตายไปแล้วก็ไม่ได้ฝังในสุสานบรรพบุรุษ ดูซิว่าจะทำยังไง!”
พอได้ยินคำนินทาเหล่านี้ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็อาเจียนเป็นเลือดอีกครั้ง อาการหนักกว่าตอนที่ตัดขาดกับเฉาโส่วเย่าเสียอีก
โชคดีที่มีชุ่ยเหนียงคอยดูแลเอาใจใส่ ปลอบโยนด้วยความอ่อนหวาน บวกกับการดูแลด้วยยาสมุนไพร ในที่สุดผู้เฒ่าอวิ๋นก็อาการดีขึ้นทันเวลาที่ชาวบ้านพาลูกหลานไปลงชื่อเข้าเรียนที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านพอดี
ทว่าในเ