กยี่สิบหมู่ตามอย่างอวิ๋นโส่วกวง เมื่อมีที่ดินเป็นของตัวเองแล้วพี่น้องทั้งสองก็รู้สึกมั่นคงและมีหลักประกัน พากันขยันขันแข็งมากขึ้น
ไม่กี่วันต่อมาฉี่เสียงและฉี่ชิ่งก็ปรับปรุงร้านเม่าไช่จนแล้วเสร็จ เฉาหลานเอ๋อร์จึงไปที่ตำบล ทั้งสามคนรีบเปิดร้านดำเนินกิจการต่อไป
ส่วนอวิ๋นเจียวก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ละวันหากไม่ดูที่โรงผลิตเครื่องประทินผิวบ้าง ก็ต้องไปดูที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้าน
ชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสำนักศึกษาประจำหมู่บ้าน ในที่สุดก็สร้างเสร็จภายในไม่กี่วัน เนื่องจากแคว้นต้าเยี่ยยังไม่มีกระจกจึงไม่สามารถทำหลังคาโปร่งแสงได้ ต่อให้เป็นบ้านเรือนทั่วไปในเวลากลางวันก็ยังคงมืดสลัว
อวิ๋นเจียวปรึกษากับอวิ๋นฉี่ซานจึงสร้างเป็นเรือนเปิดโล่งสองหลังที่มีสระน้ำตรงกลาง ใช้สระน้ำเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างตามธรรมชาติ ส่วนห้องเรียนด้านที่ติดกับสระน้ำจะไม่มีผนัง
หมู่บ้านไหวซู่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ บ้านเรือนแบบนี้ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนก็ยังพอไหว แต่พอถึงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวก็จะหนาวมาก
โชคดีที่ในหมู่บ้านมีช่างฝีมือที่สามารถสร้างตี้หลง [1] ได้ พอถึงฤดูหนาวแค่จุดไฟที่เตาแล้วกั้นฉากบังลมสีขาวทางด้านที่ไม่มีผนังก็จะไม่หนาวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงที่อากาศหนาวที่สุดก็ต้องหยุดเรียนอยู่แล้ว
อวิ๋นเจ