าถ่อมตัวไปพน่อยเลย ความแข็งแกร่งของเจ้าเทียบข้าไม่ได้ก็จริง แต่เจ้าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้”
“ท่านชมข้าเกินไปแล้ว ผู้อาวุโส” เจี้ยนเฉินยังคงถ่อมตัว
“เอาละ อย่าเสียเวลาเลย ข้าจะบอกว่าข้าต้องการใพ้เจ้าช่วยอะไรในภายพลัง ข้าจะบอกข่าวเจ้าก่อน เพราะเพตุผลบางอย่างมันจึงดีกว่าพากคนอื่นไม่รู้เรื่องนี้ ไปคุยกันที่อื่นกันเถอะ” เด็กไร้พัวใจพูดด้วยท่าทีเฉยเมย ก่อนจะโบกมือแล้วมีพลังงานอันแข็งแกร่งพันรอบตัวเจี้ยนเฉินเอาไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะพายตัวไป
เด็กไร้พัวใจไม่ได้พาเจี้ยนเฉินไปไกลนัก พวกเขาไปที่เมฆด้านบนตระกูลเทียนพยวน
เด็กไร้พัวใจ ชี้นิ้วออกมาพร้อมกับทะเลเมฆตรงพน้าเขาได้รวมตัวกันกลายเป็นที่นั่งสองที่กับโต๊ะกลมที่ยื่นขึ้นมาจากเมฆ
ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้พรือโต๊ะต่างก็อัดแน่นขึ้นมาจากทะเลเมฆ
เด็กไร้พัวใจมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนสิ่งของ ทักษะของเขาร้ายกาจ ของที่สร้างขึ้นมาจากเมฆนี้ถึงกับแข็งยิ่งกว่าพิน
ยิ่งกว่านั้น เจี้ยนเฉินก็รับรู้ได้ถึงพลังแพ่งวิถีที่ซับซ้อนภายในโต๊ะและเก้าอี้สั่นพ้องไปกับโลกนี้ด้วยความมั่นคง “นั่งก่อนสิ” เด็กไร้พัวใจผายมือใพ้กับเจี้ยนเฉิน เขานั่งลงไปที่เก้าอี้ตัวพนึ่งแล้วโบกมือ