ไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นเจียว อวิ๋นฉี่เยว่ หรือแม้แต่เฉาโส่วเย่า ต่างก็คาดไม่ถึงว่าอวิ๋นโส่วกวงจะเอ่ยปากขอตัดญาติ เพราะที่ผ่านมาอวิ๋นโส่วกวงเป็นคนที่เชื่อฟังและกตัญญูต่อผู้เฒ่าอวิ๋นมากที่สุด เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้อวิ๋นโส่วกวงเจ็บปวดมากเพียงใด
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยขึ้น “หลานเอ๋อร์ ฉี่เยว่ เจียวเอ๋อร์ พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถิด”
พวกเขาทั้งสองคนจะอยู่ดูแลจ้าวซื่อและปรึกษาเรื่องตัดญาติกับอวิ๋นโส่วกวง เมื่อผู้ใหญ่มีเรื่องจะปรึกษากัน เด็กๆ อย่างพวกเขาก็ขอตัวกลับ
อวิ๋นฉี่เยว่ก้มตัวลง “เจียวเอ๋อร์ พี่แบกเจ้าไปเอง”
อวิ๋นเจียวเองก็เหนื่อยมากจริงๆ นางจึงไม่เกรงใจ รีบปีนขึ้นหลังพี่ชายทันที หลังจากขึ้นไปอยู่บนหลังพี่ชาย อวิ๋นเจียวก็ง่วงขึ้นมาทันที ทั้งที่ยังพูดคุยกับอวิ๋นฉี่เยว่อยู่ พูดไปพูดมาก็เงียบเสียงลง
อวิ๋นฉี่เยว่ยิ้มออกมา ดวงตางามคู่นั้นเป็นประกายราวกับจันทร์กระจ่าง ฉายแววอ่อนโยนราวกับแสงจันทร์สาดส่อง ทำให้ดวงดาวนับพันบนท้องฟ้าดูจืดจางไป
เฉาหลานเอ๋อร์ไม่เคยเห็นอวิ๋นฉี่เยว่เป็นแบบนี้มาก่อน ในความทรงจำของนาง แม้อวิ๋นฉี่เยว่เป็นคนอ่อนโยนและมักจะยิ้มแย้มเสมอ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้เช่นนี้
นางอดคิดไม่ได้ว่าในอนาคตจะมีสตรีเช่นใดกันที่เหมาะสมกับญาติผู้พี่ท