อวิ๋นโส่วจงรับจดหมายจากฉู่อี้มาอ่าน พออ่านจบก็รู้สึกซาบซึ้งใจนัก จึงยื่นจดหมายให้ฟางซื่ออ่านบ้าง พอฟางซื่ออ่านจบ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความสับสน
“ที่แท้เบื้องหลังภัตตาคารฝูอวิ้นไม่เพียงแต่มีเสนาบดีกรมกลาโหมหนุนหลัง ยังมีเฉิงเต๋อจวิ้นอ๋องอีกด้วย พวกเราก็พยายามหลบเลี่ยงอย่างเต็มที่แล้ว แต่… สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้น ท่านพี่ ท่านว่านี่มันคือโชคชะตาหรือไม่?”
อวิ๋นโส่วจงกล่าว “จะนับว่าเป็นโชคชะตาได้อย่างไรเล่า สูตรหม้อไฟนี้เป็นของเจียวเอ๋อร์ ภัตตาคารฝูอวิ้นแค่หมายตาสูตรอาหาร… อย่าคิดมากไปเลย ปัญหามีเข้ามาก็ต้องแก้ไขไป ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุป ฉู่อี้เดินทางเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มิเช่นนั้นเขาก็คงไม่เขียนจดหมายมาขอบคุณหรอก”
ฟางซื่อได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว “ท่านหมายความว่า ฉู่อี้ต้องการจะต่อกรกับคนทั้งสองหรือ?”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า
ฟางซื่อถอนหายใจ “หากเป็นเช่นที่ท่านคาดเดา เช่นนั้นพวกเรากับฉู่อี้ก็ถือว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึง…”
อวิ๋นโส่วจงกล่าวต่อ “ครานั้นเจิ้นหย่วนโหวผู้เฒ่าอยู่ๆ ก็กลายเป็นคนเสียสติ ฉู่อี้เกือบเอาชีวิตไม่รอด เรื่องราวเบื้องหลังคงซับซ้อนไม่น้อย บางทีคนทั้งสองนั้นอาจเกี่ยวข้องก็เป็นได้… แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงการคาดเดาของพวกเรา เรื่