องมาถึงขั้นนี้ เราก็ได้แต่รอดูสถานการณ์ต่อไป หากเห็นท่าไม่ดี พวกเราก็พาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ซีชวนก็เท่านั้น”
ฟางซื่อพยักหน้าเห็นด้วย “ก็คงได้แต่ทำเช่นนั้น”
‘ถึงดาวนำโชคของข้า เจียวเอ๋อร์ผู้งดงามเฉลียวฉลาด เมื่อเจ้าได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็เปรียบเหมือนเราได้พบกัน ข้าต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าเฝ้าฝ่าบาท…’
บนกระดาษเขียนข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ใจความสำคัญก็คือเขาต้องรีบเดินทางเข้าเมืองหลวงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้จึงพลาดวันเกิดของอวิ๋นเจียว เขารู้สึกผิดมากแต่บอกว่าก่อนเทศกาลตวนอู่ [1] เขาจะรีบกลับมาฉลองกับนางที่บ้านให้ได้
แต่ว่า ดาวนำโชคที่ว่าหมายถึงอะไร? นางกลายเป็นดาวนำโชคของฉู่อี้ตั้งแต่เมื่อไร? พิลึกคนเสียจริง
นอกจากจดหมายแล้ว ยังมีรูปวาดสีสันสดใสอีกหนึ่งภาพ เป็นภาพวาดของอวิ๋นเจียวในวันที่นางเล่นว่าว
“เจ้าเด็กคนนี้ เขียนอักษรก็สวย วาดภาพก็ไม่เลว” อวิ๋นเจียวชื่นชมสองสามประโยค ก่อนจะเก็บภาพวาดเอาไว้ ทว่าในใจกลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เนื่องจากเรื่องของฉี่ชิ่งและฉี่เสียง เฉาเหลียนเอ๋อร์และเฉาซื่อจึงรีบกลับมาจากอำเภอ พอเห็นกับตาตัวเองว่าทั้งสองคนปลอดภัยดีสองแม่ลูกจึงค่อยวางใจ
ถึงแม้จะเป็นลูกพี่ลูกน้อง แต่ตอนนี้ทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกันมาก ความผูกพัน