งลึกมากขึ้น
นางไม่กลัวเถาซื่ออีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นเพราะบุญคุณของครอบครัวน้องรอง
อวิ๋นเจียวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ป้าสะใภ้ใหญ่ อาสะใภ้สาม พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องพูดจาเกรงใจกันหรอกเจ้าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องงานในไร่ของพวกเรายังต้องพึ่งพาลุงใหญ่กับอาสาม ร้านอวิ๋นหรงก็ต้องพึ่งพี่เหลียนเอ๋อร์กับอาสะใภ้สามช่วยดูแลแทนข้า หากพวกท่านยังเกรงใจเช่นนี้ ข้าก็ต้องเกรงใจพวกท่านตลอดเวลาเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?”
ทุกคนต่างพากันหัวเราะกับท่าทางจริงจังของนาง ฟางซื่อกล่าว “เจียวเอ๋อร์พูดถูกแล้ว พี่น้องกันก็ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องพูดจาห่างเหินขนาดนั้น”
จากนั้นฟางซื่อก็เปลี่ยนเรื่องคุย “ว่าแต่พี่สะใภ้ ฉี่ชิ่งอายุสิบหกแล้ว พี่สะใภ้มีแผนจะหาภรรยาให้เขาหรือยังเจ้าคะ?”
พอพูดถึงเรื่องแต่งงานของบุตรชาย รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวซื่อก็ยิ่งสดใสขึ้น “กำลังดูๆ อยู่ เมื่อก่อนชีวิตความเป็นอยู่แบบนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะคิด หากมีหญิงสาวคนใดที่ยอมแต่งงานให้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”
“ตอนนั้นข้ายังกลัวว่าด้วยฐานะของบ้านเรา ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงจะต้องอยู่โดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตเสียแล้ว… ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเรายิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ข้าก็กล้าที่จะเลือกให้ฉี่ชิ่งมากขึ้นแล้ว”
เฉาซื่