นางสักหน่อย เรื่องที่เจ้าจะกลับไปอยู่ที่บ้าน คงจะ…”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบพูด “ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ของทุกอย่างในบ้านท่านเอาไปขายได้เลย เงินที่ได้ข้ายกให้ท่านทั้งหมด ข้าไม่เอาสักอีแปะเดียว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงเผยรอยยิ้มออกมาในที่สุด เขารีบปลอบใจอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ “เจ้าไม่ต้องกังวล พ่อกับแม่ไม่ได้โลภเงินทองของเจ้า เงินพวกนี้ล้วนเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนให้เจ้าห้า”
“รอให้เจ้าห้าสอบเป็นซิ่วไฉ ได้เป็นขุนนาง ไม่เพียงแต่เรื่องแต่งงานของเถาจือกับหลิ่วจือจะง่ายขึ้นแล้ว น้องชายของเจ้ายังเป็นคนรักครอบครัว คงไม่ลืมความดีของเจ้าอย่างแน่นอน”
รักครอบครัวอย่างนั้นหรือ? อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์หัวเราะเยาะในใจ น้องชายของนางคนนี้ หากมีความรักครอบครัวอยู่บ้าง วันนี้ที่เกิดเหตุการณ์ใหญ่โตขึ้น เขาคงจะได้ยินบ้างกระมัง?
ตัวเขาอยู่ในตำบลแท้ๆ กลับไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลยสักครั้ง ไม่คิดจะมาเยี่ยมนางเลยแม้แต่น้อย
แต่ปากของนางกลับเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง “เช่นนั้นข้าต้องขอขอบคุณท่านพ่อล่วงหน้า ทุกคำที่ท่านพ่อพูดข้าเข้าใจดีเจ้าค่ะ เรื่องเรียนของเจ้าห้าเป็นเรื่องใหญ่ หากเขาสอบเป็นซิ่วไฉได้ ข้าก็จะได้มีหน้ามีตาไปด้วย เช่นนั้นก็น่าภาคภูมิใจไม่น้อย”
ผู้เฒ่าอวิ๋นพอใจในท่าทีของอวิ๋นเจวี