งพี่น้องไม่ใช่คนที่ตัดสินใจ จึงดึงอวิ๋นโส่วจงไปคุยกันสองคน
ณ ศาลาว่าการอำเภอ
หลงจู๊ผู่ของภัตตาคารฝูอวิ้นไปคารวะใต้เท้ากู่ นายอำเภอที่เพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งคนใหม่แต่เช้า
ใต้เท้ากู่อายุประมาณห้าสิบปีเศษ ดำรงตำแหน่งนายอำเภอมานานกว่าสิบปี เนื่องจากเป็นคนตระกูลยากจน การเลื่อนขั้นจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก ทำได้เพียงย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอไปเรื่อยๆ ครบวาระสามปีก็ย้ายที
แต่ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรอบรู้เป็นพิเศษ ไม่ได้ขูดรีดราษร ในแวดวงขุนนางเขามักจะวางตัวเป็นกลางเสมอ ไม่โดดเด่นแต่ก็ไม่ด้อยกว่าใคร
ส่วนตัวเขาก็เป็นเช่นนี้ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้ใครขุ่นเคือง ทว่าครั้งนี้ หลงจู๊ภัตตาคารฝูอวิ้นมาหาเขา พูดอยู่ครึ่งค่อนวัน ใจความสำคัญก็คือเบื้องหลังของภัตตาคารฝูอวิ้นนั้นแข็งแกร่ง มีบางเรื่องอยากขอให้เขาช่วยเหลือ หากทำสำเร็จ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังย่อมตอบแทนเขาแน่นอน
พูดตามตรง ใต้เท้ากู่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาดำรงตำแหน่งขุนนางมานานกว่าสิบปี ย่อมรู้ดีว่าเบื้องหลังของภัตตาคารฝูอวิ้นก็คือเสนาบดีกรมกลาโหม หากท่านเสนาบดีกรมกลาโหมยินดีช่วยเหลือ เส้นทางขุนนางของเขาต้องก้าวหน้ากว่านี้อย่างแน่นอน
แม้จะรู้สึกตื่นเต้นแต่เขาก็มิใช่คนโง่เขลา จากคำสัญญาของเจ้าของภัตตาคาร กลายเป็นคำสัญญาของ