ิ่งกว่าเดิมเพราะเขาได้เสียสหายที่ดีของเขาไป
“เขาทำได้แล้ว เขาทำได้ เขาทำได้จริง ๆ….”
“ซือหม่าหวูจื่อน่าประทับใจริง ๆ เขาเพิ่งทะลวงผ่านขึ้นเป็นราชาเทพช่วงปลายไม่ถึงร้อยปีและยังไม่ขึ้นถึงช่วงสูงสุด แต่เขากลับขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ราชาเทพได้…”
“ซือหม่าหวูจื่อคืออัจฉริยะของตระกูลซือหม่า มันพอมีเหตุผลที่เขานั่งบนบัลลังก์ราชาเทพได้เร็วแบบนี้…”
…
ตอนที่เจี้ยนเฉินสลดอยู่นั้นก็เกิดเสียงพูดคุยดังขึ้นมาใกล้ ๆ
พื้นที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยผู้คน ผู้บ่มเพาะหลายคนได้ไปรวมตัวกันที่นั่นทำให้ทั้งลานดูคับแคบไป
บันไดวนโปร่งแสงลอยอยู่เหนือหัวทุกคน ขั้นบันไดนี้มีความจริงของโลกราวกับว่าอัดแน่นขึ้นมาจากวิถี พวกมันมีพลังของโลก
ที่บันไดขั้นสุดท้ายสูงขึ้นไปหลายพันเมตร มีบัลลังก์ขนาดใหญ่ลอยอยู่
ตอนนั้นเองมีชายหนุ่มในชุดสีม่วงทองนั่งอยู่บนบัลลังก์
บัลลังก์นี่ใช่ว่าจะนั่งได้ง่าย ๆ เหมือนที่ควรจะเป็น ตอนที่ชายหนุ่มนั่งอยู่บนบัลลังก์นี้ เขาเหมือนจะแบกรับความกดดันและทดสอบอยู่ตลอดเวลาจนทำให้ร่างกายของเขาสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าเขาสลับหม่นและซีดเผือดกันอย่างต่อเนื่อง
เจี้ยนเฉินยืนอยู่ที่เดิมและสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อควบ