สำนักศึกษา เป็นสิ่งที่ชาวบ้านหมู่บ้านไหวซู่ไม่เคยนึกฝันมาก่อน คนรู้หนังสือ ย่อมเหนือกว่าคนอื่นเสมอ ไม่ต้องพูดถึงการสอบเป็นบัณฑิต แค่รู้หนังสือ คิดเลขได้ ก็สามารถหางานดีๆ ทำได้แล้ว
งานเขียน งานคำนวณ ย่อมได้เงินมากกว่างานใช้แรงงานเยี่ยงชาวไร่ชาวนาอย่างพวกเขา พอผู้ใหญ่บ้านประกาศเรื่องนี้ ปฏิกิริยาของชาวบ้านกลับรุนแรงกว่าที่อวิ๋นเจียวคาดคิดไว้มาก
ในยุคนี้ บ้านไหนก็มีลูกชายทั้งนั้น หากมีสักคนที่ร่ำเรียนจนจบ ไปหางานทำในอำเภอหรือตำบล ก็สามารถหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้แล้ว
ทุกคนต่างพากันพูดคุยด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงถูกเชิญตัวมาที่ลานตากข้าวด้วย ชาวบ้านชายหญิงที่อยู่รอบๆ ต่างกล่าวยกย่องเขา
“ผู้เฒ่าอวิ๋น ท่านนี่เลี้ยงดูลูกชายได้ดีจริงๆ ไม่ว่าเรื่องใดก็คิดถึงชาวบ้านอย่างพวกเราเสมอ”
“ใช่แล้ว นายท่านรองอวิ๋นช่างมีเมตตาธรรม!”
“ทุกคนในครอบครัวนายท่านรองอวิ๋นล้วนเป็นคนดี เป็นผู้มีจิตใจเมตตา ชาวบ้านอย่างพวกเราต่างได้รับอานิสงส์ไปด้วย”
“ไม่ผิดหรอก ผู้เฒ่าอวิ๋น ท่านช่างโชคดีที่ให้กำเนิดลูกชายที่เก่งกาจเช่นนี้มาได้”
“ข้าบอกอะไรให้นะผู้เฒ่าอวิ๋น หากข้ามีลูกชายอย่างเจ้ารองของท่านละก็ คงหลับเป็นสุขทุกคืน ท่าน… อย่าได้ทำตัวเช่นนั้นอีกเลย ขอบคุณในความโชคดีของตนเองบ