้างเถิด…”
“หลานสาวของเจ้าก็เป็นเด็กดีหาได้ยากยิ่ง ได้ยินมาว่าความคิดนี้เป็นของคุณหนูอวิ๋นเจียว”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในใจ บนใบหน้าทำได้เพียงฝืนยิ้ม แต่เขากลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของชาวบ้านที่พากันยกยอปอปั้นเขานั้น ล้วนเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย
ใช่แล้ว เจ้ารองเป็นลูกชายของเขา แต่ตอนนี้… เงินทองแม้แต่อีแปะเดียวก็ไม่เคยให้เขา แต่กลับใจกว้างกับคนในหมู่บ้านไม่น้อย
ยัยเด็กตัวแสบอวิ๋นเจียวนั่น คิดจะช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน พ่อแม่ของนางก็จริงๆ เลยเชียว ตามใจนางไปเสียทุกเรื่อง ทั้งหมดนั่นล้วนเป็นเงินที่เสียเปล่าทั้งนั้น!
ผู้เฒ่าอวิ๋นเสียดายยิ่งนัก ราวกับว่านั่นเป็นเงินของเขาเอง เขามองชุดผ้าต่วนบนร่างกาย นึกถึงชุ่ยเหนียงที่อ่อนโยน คิดถึงอาหารรสเลิศที่ชุ่ยเหนียงนำมาจากบ้านเจ้ารองทุกวัน ยิ่งรู้สึกขมขื่นใจ
เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าเจ้ารองคิดอะไร ต้องการให้เขาสบายเพียงคนเดียว ส่วนเถาซื่อกับเจ้าห้า อย่าได้หวัง เพื่ออาหารเพียงมื้อเดียว สองวันมานี้ เถาซื่ออาละวาดใส่เขานับครั้งไม่ถ้วน แต่เขาจะทำอย่างไรได้เล่า?
ชุ่ยเหนียงบอกแล้วว่า หากเขาเอาแม้แต่อาหารสักคำให้เถาซื่อ เจ้ารองจะยุติการให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเขา แม้แต่ชุ่ยเหนียงก็จะถูกพาตัวกลับไป
ได้กินของอร่อยๆ ใ