ิมะของเราไม่ต้องการทำร้ายคนอ่อนแอ การชนะง่าย ๆ อย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะโอ้อวด” ศิษย์คนที่สี่ขอบยอดเขาหิมะพูดด้วยสีหน้าที่น่าเกลียด
“เจ้าควรพูดเมื่อเอาชนะข้าได้แล้ว เจ้าควรจะเป็นศิษย์คนที่สี่ของยอดเขาหิมะ หวู่ปิงใช่หรือไม่ ? หวู่ปิง เจ้ามีแกนวิญญาณสองสี ในขณะที่ข้ามีแกนวิญญาณหนึ่งสี ข้าขอท้าเจ้า เจ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่ ? ” เจี้ยนเฉินพูดเสียงดัง เสียงของเขาดังไปทั่วสังเวียน
ผู้คนก็มารวมกันรอบสังเวียนมากขึ้น
สีหน้าของศิษย์คนที่สี่ของยอดเขาหิมะกลายเป็นไม่น่ามอง เขายืนอยู่ข้างสังเวียนพลางกัดฟันอย่างสั่นเทาและไม่กล้าก้าวออกไปด้านหน้า
แม้ว่าเขาจะมีแกนวิญญาณสองสี แต่เขาก็ยังมีพลังพอ ๆ กับเหลียนหยาน แม้แต่เหลียนหยานก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจี้ยนเฉินและได้รับความอับอายขายหน้าอย่างมาก เขาต้องแย่แน่ ๆ ถ้าเขาขึ้นไป
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่กล้าเข้ามาสู้ในสังเวียน แต่มันก็สมเหตุสมผล แม้แต่เหลียนหยานศิษย์พี่สามของเจ้าก็ถูกข้าจัดการ เป็นเรื่องปกติที่เจ้าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า” เจี้ยนเฉินเยาะเย้ยจากในสังเวียน
ใบหน้าของหวู่ปิงนั้นซีดเผือดด้วยความโกรธเมื่อเขาได้ยิน
เจี้ยนเฉินเหลือบไปมองศิษย์พี่รองของยอดเขาหิมะ เหวินเ