อวิ๋นโส่วจงเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ “ข้ารู้ ข้ารู้ ข้าแค่… คิดถึงนายท่าน นายท่านจากไปอย่างน่าเสียดายนัก ยิ่งคิดใจข้ายิ่งปวดร้าวราวกับถูกคมมีดกรีดแทง”
ฟางซื่อขยับกายเข้ามาโอบกอด ลูบแผ่นหลังอวิ๋นโส่วจงเบาๆ พลางเอ่ยปลอบโยน “ท่านอย่าลืมสิว่านายท่านเคยบอกว่า… ให้พวกเราดูแล… นั่นคือเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับเราสองคนแล้ว”
อวิ๋นโส่วจงซบหน้าในอ้อมอกของฟางซื่อ สะอื้นพลางพูดว่า “แต่ก่อนข้าไม่รู้ แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง รู้ว่ามันสุขสบายเพียงใด ยิ่งคิดข้ายิ่งกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่เจ้าวางใจเถิด ข้าจำได้ว่าพวกเราให้สัญญากับนายท่านไว้ว่าอย่างไร นี่ข้าแค่คิดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น”
ฟางซื่อ “อืม ท่านคิดถึงเจียวเอ๋อร์กับลูกชายทั้งสองให้มากเถิด ตอนนี้บ้านเราก็ไม่ได้ขัดสนเงินทอง เจียวเอ๋อร์นางช่างมีวาสนา สูตรอาหารของนางสามารถขายได้เงินมหาศาล นางช่างเป็นเด็กที่มีบุญ พวกเราก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย”
“เรื่องอื่นๆ ท่านคิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ลูกๆ ก็โตกันหมดแล้ว ล้วนฉลาดกันทุกคน หากท่านเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจแล้วพวกเขาดูออกขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า “อืม ข้าจะระวังให้มาก ต่อไปนี้ข้าจะไม่คิดแล้ว ไม่คิดอีกแล้ว”
รุ่งขึ้น ฉู่อี้ก็ส่งคนมาที่บ้านตระกูลอวิ๋นเพื่อลงนามในสัญญา
อีกสอง