ฟางซื่อจัดแจงให้ทุกคนนั่งลง พร้อมให้คนยกหม้อไฟสองช่องไปให้อาจารย์ทั้งสองด้วย ครั้งก่อนอยู่ข้างนอก หม้อไฟอร่อยจริง แต่ก็ไม่ครบเครื่อง
ครั้งนี้อยู่บ้าน ฟางซื่อจึงให้คนไปซื้อเป็ดมาหลายตัว ฆ่าสดๆ ไม่ว่าจะเป็นเลือดเป็ดหรือไส้เป็ดล้วนสดใหม่ แถมยังมีปริมาณเพียงพอ คราวนี้ฉู่อี้ได้ลิ้มรสความอร่อยจนเต็มอิ่ม
ระหว่างกิน ฉู่อี้ก็ถามขึ้นว่า “ท่านป้า สิงจือ หม้อไฟนี่อร่อยจริงๆ ไม่ทราบว่าพวกท่านมีความคิดจะเปิดร้านหม้อไฟหรือไม่?”
ฟางซื่อยิ้ม “เด็กๆ ในบ้านแค่ลองเปิดร้านขายเม่าไช่อยู่ในตำบล ส่วนร้านหม้อไฟ ตอนนี้ทางบ้านเรายังไม่มีความคิดนี้”
ฉู่อี้ถามต่อ “เป็นเพราะว่าไม่มีกำลังคนพอจะดูแลเรื่องพวกนี้หรือ?”
ฟางซื่อไม่ได้ปฏิเสธ “ใช่แล้ว ตอนนี้ในบ้านยังวุ่นวายอยู่เลย การเปิดร้านไม่ใช่เรื่องเล็กๆ”
การเปิดร้านไม่เพียงต้องการคน แต่ต้องมีเส้นสายด้วย กิจการเล็กๆ น้อยๆ จะไม่มีใครมาสนใจ แต่เมื่อไหร่ที่กิจการใหญ่โตขึ้น ก็จะมีคนจับตามองมากขึ้น
อวิ๋นฉี่เยว่มองฉู่อี้ด้วยหางตา “ว่าอย่างไร ท่านมีความคิดอะไรหรือ?”
ฉู่อี้พยักหน้า “ใช่ ข้ามีความคิด”
อวิ๋นฉี่เยว่ยกถ้วยชาขึ้นจิบชาจวี๋ฮวา [1] หนึ่งอึกแล้วถาม “เล่ามาสิ ท่านมีความคิดว่าอย่างไร?”
ฉู่อี้กล่าว “ไม่ปิดบังพวกท่าน ตั้งแต่ได้กินหม้อไฟครั้งแรก ข้าก็มีความคิดนี้แล้ว ข้า