กห้องจนทำให้อุณหภูมิรอบ ๆลดลงฮวบ
ชายวัยกลางคนเดินออกมาจากห้องช้า ๆ ผมของเขายาวจนถึงเอว เขาใส่ชุดสีแดงซึ่งดูเหมือนว่าจะย้อมด้วยเลือด ตัวเขาเองก็แผ่กลิ่นคาวเลือดออกมา
พลังกดดันอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นเกินกว่าระดับราชาเทพ มันระดับสูงกว่านั้น ขอบเขตตั้งต้น
“ข้าได้ฝากทุกอย่างที่สำคัญของตระกูลไว้กับเจ้าและเจ้าก็ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ไปเตรียมการให้เสร็จสิ้น จำไว้ว่า เจ้าไม่อาจจะทิ้งร่องรอยเอาไว้ได้ เจ้าต้องมั่นใจว่าจะไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราไม่อาจจะทำให้ตระกูลต้องถูกทำลายได้ ข้าจะจัดการกับนายน้อยนั่นด้วยตัวเอง” บรรพชนพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ขอรับ ท่านบรรพชน ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง” อีกฝ่ายตอบกลับ
บรรพชนของตระกูลนักรบโลหิตยืนอยู่ที่ทางเข้าห้องลับ สายตาของเขาคมกริบและเขาก็ได้พึมพำออกมา “เรื่องนี้มันเสี่ยงอย่างมาก แต่เพื่อการทำลายตระกูลกัส เราจำเป็นต้องเสี่ยง…”
….
เจี้ยนเฉินโบกมือและเดินไปทั่วเมืองหลวงของจักรวรรดิพันใบด้วยความสบายใจ ฉิงยี่หยวนกับเฮยหยาเดินตามเขามาติด ๆ
เฮยหยาเดินตามเจี้ยนเฉิน ทำตัวราวกับผู้คุ้มกัน
ยังไงซะเขาก็ยอมอุทิศตนให้กับเจี้ยนเฉินตั้งแต่อยู่ในพระราชวัง