เมื่อมองดูท่าทางของพ่อแม่ รวมถึงน้องสาวและครอบครัวที่ทำราวกับตนเองเป็นขอทาน ความหวังเพียงเล็กน้อยที่เหลืออยู่ในดวงตาของอวิ๋นโส่วเย่าก็พลันหายไป
เดิมทีเขายังคิดว่า หากพ่อแม่ยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้เพียงน้อยนิด เขาก็จะไม่เอ่ยปากเรื่องตัดญาติเป็นอันขาด ทว่า… อวิ๋นโส่วเย่ายิ้มอย่างขมขื่น รอยยิ้มนี้แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมาน ทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกเศร้าสลดไปด้วย
เช่นนี้เอง ใครก็ตามที่พบเจอเรื่องแบบนี้คงรู้สึกไม่ต่างกัน บุตรสาวถูกใส่ร้ายเช่นนี้ ชื่อเสียงก็เสียหาย แถมยังถูกคนอื่นถือไพ่ตายไว้ ใครก็ตามที่พบเจอเรื่องแบบนี้คง…
ท่านอาสามที่เป็นเช่นนี้ มองดูแล้วอวิ๋นเจียวก็รู้สึกสงสารจับใจ
“โส่วเย่า เจ้าอย่าใจร้อน เรื่องนี้ค่อยๆ พูดค่อยๆ จา” เมื่อเห็นสีหน้าของอวิ๋นโส่วเย่ากับภรรยาแย่ลงเรื่อยๆ หัวหน้าตระกูลอวิ๋นจึงรีบเตือนสติ
“เจ้าสาม พวกเจ้าทำเกินไปแล้ว พวกเราชาวบ้านจะให้บุตรสาวแต่งงาน ใครเขามอบสินเดิมถึงห้าหีบกัน ไม่ใช่ตระกูลเศรษฐีมีอันจะกินเสียหน่อย”
เถาซื่อได้ยินดังนั้นก็พึมพำ “มันไม่ใช่เศรษฐีมีอันจะกิน แล้วเจ้ารองเล่า?”
อวิ๋นโส่วเย่าได้ยินดังนั้นก็โกรธจนแทบจะหัวเราะออกมา ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ ก็พากันหัวเราะกับคำพูดของนาง
“เหลียนเอ๋อร์เป็นลูกสาวข้า ไม่ใช